“แนท เกศริน” เก็บตก ชุดร้องเพลงอย่างโหด “อ.ยิ่งศักดิ์” ยังทัก แทบปลิ้นแล้วนะลูก!

ยืนหนึ่งเรื่องความเซ็กซี่จริงๆ สำหรับเธอคนนี้ “แนท เกศริน” ชัยเฉลิมพล หรือที่หนุ่มๆ หลายคนคุ้นหูกันในชื่อ น้องแนท เพราะไม่ว่าเจ้าตัวจะหยิบจะจับโปรเจกต์อะไรเป็นต้องมีเรื่องขแงความเซ็กซี่ซู๋ซ่าให้ได้ใจสั่นกันอยู่ตลอด…ตลอด

เช่นเดียวกันกับงานล่าสุดที่ แนท เกศริน ได้มีโอกาสขึ้นไปโชว์ศักยภาพทั้งร้องทั้งเต้นเอนเตอร์เทนคนดู พร้อมกับชุดสีดำเว้าสูงชวนให้หวาดเสียว ก่อนที่เธอจะนำเอาภาพบรรยากาศการทำงานมาโพสต์ลงบนอินสตาแกรม @nat_officialaccount ให้แฟนๆ ได้ซูมได้ส่องกันแบบจุใจ

ซึ่งก็แน่นอนว่างานนี้ อ.ยิ่งศักดิ์ ผู้ใหญ่คนสนิทที่เปรียบเหมือนไม้เบื่อไม้เมาก็ไม่พลาดที่จะเข้ามาคอมเมนต์ความแซ่บของ แนท เกศริน อีกเช่นเคย ด้วยข้อความที่แฝงไปด้วยความเป็นห่วงเป็นใยลูกสาวคนนี้ว่า “ชุดอะไรน่าเกลียด แทบจะปลิ้นออกแล้วนะลูก ถ้าหนูเต้นๆ ร้องเพลงมันเกิดผลุบเข้าไปล่ะ ห้ามใส่ละนะลูก เสียวไส้ค่ะ”

ในขณะที่ แนท เกศริน ก็ได้ตอบรับความเป็นห่วงของ อ.ยิ่งศักดิ์ ใต้คอมเมนต์แทบจะในทันทีว่า “หนูก็พยายามเก็บให้ดูสวยๆ แล้วนะคะ” ทำเอาแฟนๆ ของทั้งคู่กดไลก์ให้กับลีลาการตอบโต้กันของทั้งคู่แทบไม่ทันเลยทีเดียว

สนับสนุนโดย ufabet24

“มาร์ช จุฑาวุฒิ” เผยกระดาษโน้ตเมื่อครั้งคุณแม่ยังอยู่ เขียนด้วยความรักจากหัวใจ

มาร์ช จุฑาวุฒิ ย้อนวันวานเมื่อครั้งคุณแม่ยังมีชีวิตอยู่และต้องเข้ารับการผ่าตัด นอนโรงพยาบาลนานหลายวัน ความน่ารักและเป็นห่วงลูกทำข้าวเขียนโน้ตแปะเมนูอาหารต่างๆ ที่ทำไว้ระหว่างที่หม่าม้าเข้าโรงพยาบาล หลายคนเห็นข้อความและความเอาใจใส่ของแม่ลูก ต่างซาบซึ้งหัวใจยิ่งนัก

มาร์ช จุฑาวุฒิ พระเอกมาความสามารถหลังสูญเสีย คุณแม่สุนันทา จากไปอย่างสงบด้วยโรคมะเร็งและทำพิธีฌาปณกิจไปเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 63 ที่ผ่าน ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัวภัทรกำพล

หลังจากที่ส่ง คุณแม่สุนันทา กลับสู่ฟากฟ้าสรวงสวรรค์แล้ว ล่าสุด มาร์ช ได้เผยกระดาษโน้ตของคุณแม่ด้วยความคิดถึงกับความเป็นห่วงเป็นใยลูกๆ ของแม่ในทุกวินาที โดยเจ้าตัวได้ย้อนวันวานเรื่องราวดีๆ โมเมนต์น่ารักของคุณแม่ไว้ว่า “ย้อนไป 5 ปีกว่าๆ ก่อนที่หม่าม้าจะไปผ่าตัดเอาก้อนเนื้อออก รู้ตัวว่าจะพักฟื้นนาน เลยทำอาหอารไว้ให้”

ซึ่งกระดาษโน้ตนั้นมีเมนูอาหารต่างๆ ที่ทำเสร็จพร้อมรับประทานแช่อยู่ในตู้เย็นหลากหลายกล่องด้วยกัน พร้อมกับข้อความห่วงใยยามเมื่อลูกไปทำงานและยังไม่ได้กลับบ้าน

หลายคนเห็นข้อความดังกล่าวแล้วต่างน้ำตาซึมไปตามๆ กันเลย สัมผัสได้ถึงความรักของแม่ที่มีต่อลูกชาย พร้อมทุ่มเททำให้ลูกๆ ทุกอย่างจริงๆ กราบหัวใจที่ยิ่งใหญ่ของคุณแม่ค่ะ

สนับสนุนโดย ufabet24

“ตูมตาม เชิญยิ้ม” สารภาพหมดเปลือก! เกือบกินยาฆ่าตัวตาย ใช้ชีวิตหลงผิด ติดหรูหนี้ท่วมตัว

“ตูมตาม เชิญยิ้ม” ยอมรับอดีตเคยลุ่มหลงในความดัง จนทำให้ชีวิตดิ่งลงเหว พร้อมเคลียร์ข่าวลือเป็นตลกตกอับ! เงินหมดตัว จนต้องขอข้าววัดกิน

เป็นนักแสดงตลกชั้นครูอยู่ในวงการสร้างเสียงหัวเราะ และ รอยยิ้มมายาวนาน 40 ปี ตูมตาม เชิญยิ้ม ได้มาเยือนรายการ ต้มยำอมรินทร์ ผลิตโดย CHANGE2561 เล่าถึงบทเรียนชีวิตราคาแพงที่ทำเอาชีวิตเกือบพังเพราะหลงมัวเมากับแสง สี เสียง ทำงานเยอะ มีเงินมากแต่ไม่เหลือเก็บ แต่ยังดีที่ตั้งสติดึงตัวเองกลับมาทัน ปัจจุบันขอใชชีวิตอยู่บนความพอดี พอเพียง

จริงๆตลกแต่ละคนจะมีมุกตลกแล้วก็หมัดเด็ดของตัวเอง เพื่อเป็นเอกลักษณ์ทำให้ผู้ชมที่ไปดูแล้วจำและติดใจ ?
“คือมันเป็นอาวุธของการแสดงอย่างหนึ่งนะครับ ทำให้คุณผู้ชมที่ดูเราที่คาเฟ่ติดเรา อย่างผม คือ บุคลิกจะพูดช้า”

ก่อนที่จะมาเป็น ตูมตาม เชิญยิ้ม เป็นคนที่พูดช้าแบบนี้มาก่อนหรือเปล่า ?
“ยังครับ คือเรานั่งคิดก่อน เมื่อก่อนเราอยู่กับทีมเล็กๆ พอเราออกจากทีมเล็กๆ เราก็มาอยู่กับ คุณเป็ด เชิญยิ้ม เพราะเขาชวนมาทำงานด้วย คุณเป็ดเขาก็บอกเราว่าแล้วทำยังไงให้มีคาแรคเตอร์ของตัวเอง เราก็มานั่งคิดว่าหนังเรื่อง ตี๋ใหญ่ พ่อตี๋ใหญ่ พูดเราเลยเอาเสียงที่เขาพูดมาลองหัดเป็นเสียงเรา แล้วใส่มุกตลกลงไปในเสียงพูด เลยเป็นที่มาของคาแรคเตอร์ของเรา เพราะว่าบางคณะไม่มีเสียงนี้”

“หลังจากที่จำเขามาแล้วเราก็เอาไปหัดพูดในห้องน้ำ พูดกับกระจก แต่ชีวิตจริงเราก็พูดปกตินะครับ แต่ถามว่าฝึกอยู่นานไหมไม่นานนะครับ ประมาณ 1-2 อาทิตย์เราก็ค้นหาตัวเองเจอ คือถ้าเราพูดกับกระจกแล้ว ถ้าเราขำเราเองได้แล้วเก็บไว้ไปเล่นกับคนดู”

จริงๆ มีงานอยู่แล้ว แต่พอ อาเป็ด มาชวนคือทิ้งงานไปเลยหรือยังไงตอนนั้น ?
“ทิ้งงานประจำไปเลยครับ ตอนนั้น สิ่งที่ทำให้เราตัดสินใจทิ้งงานประจำก็เพราะว่าอยากจะมีชื่อเสียงกับเขา เพราะอยากให้ครอบครัวสบายบ้างเลยลาออกไปเลย”

แล้วอะไรคือสิ่งที่วัดว่าคนนี้เล่นตลกได้ ?
“วัดจากเสียงหัวเราะของคนดู แต่ผมไม่ได้คิดว่าตัวเองจะคนดูจะขำเพราะว่าเสียงที่ตัวเองพูดออกไปมันช้า แต่คนดูกลับชอบแล้วเราได้รับเสียงหัวเราะของคนดูเยอะ”

เห็นว่าอยู่กับ อาเป็ด เชิญยิ้ม 5 ปี แล้วหลังจากนั้นก็แยกออกมาเปิดคณะตัวเอง แต่ก็ยังใช้นามสกุลเชิญยิ้ม ?
“เป็นนามสกุลที่พี่เขาให้ไปใช้หากินในวงการ เชิญยิ้ม”

ตอนนั้นคือเป็นตลกที่ดังมากเพราะโกอินเตอร์ไปเล่นที่ต่างประเทศถึง 14 ประเทศ ?
“ใช่ครับ ไปกับคุณเป็ด เราก็ไปพูดเสียงช้าๆ ยานๆ ของเรา ฝรั่งถึงกับงงเลยครับ”

ในช่วงที่โด่งดังได้เงินเดือนคือเป็นแสนต่อเดือนเลย ได้มาจากตรงไหนบ้าง ?
“ได้มาจากการเล่นตามคาเฟ่ เพราะ 1 คืน เราเล่น 9 รอบ คือ วิลล่า 2 รอบ ดารา 2 รอบ พระราม9 2 รอบ เราขึ้นเล่นหนึ่งรอบคือครึ่งชั่วโมง พอเราจบจากที่นี่เราก็วิ่งไปอีกที่แล้วก็กลับมาที่เดิม เข้าๆ ออกๆ แต่เราไปเล่นแต่ละที่เราก็เปลี่ยนมุกไปเรื่อยๆ ไม่ซ้ำเดิม เราก็ดูจากแขกแล้วก็วงที่เขาขึ้นก่อนคณะเราจะได้เล่นไม่ซ้ำกัน เริ่มเล่น 21.00 – ตี 4 ทุกวัน แต่พอเราเล่นตลกเสร็จก็ไม่กลับบ้านไปเล่นสนุ๊กเกอร์ต่อ แต่ ณ ตอนนั้นพอเราทำงานเสร็จในทุกๆ วันพอแบ่งเงินกันแล้วก็ตาสว่างแล้ว ตีว่าวันละ 4,000 บาท แต่เราแทบไม่มีเงินเก็บเพราะเราไปหมดกับสนุ๊กหมด เพราะเราเล่นตั้งแต่ตี 4 ถึงบ่ายโมง”

แบบนี้เสียงานไหม ?
“ไม่เสียงานครับ พอเราเล่นเสร็จก็กลับไปนอนหกโมงทุ่มหนึ่งก็ไปเล่นต่อ ส่วนมุกเราก็ไปเล่นที่หน้าคาเฟ่”

ถาม ณ ตอนนั้น เรียกว่าหลงกับแสง สี เสียงไหม ?
“หลงครับ หลงระเริง หลงแสงสี”

ในยุคนั้นที่ได้เป็นแสนๆ เป็นยุคที่ก๋วยเตี๋ยว 1 ชาม ประมาณ 10 บาท เราเคยมีคิดๆไหมว่าจะเก็บเงิน ?
“ก็มีคิดว่าจะเก็บครับ แต่เพราะว่าพอเรานัดเขาไว้แล้วเราต้องไปเงินที่จะเก็บก็หายไป เงินที่จะเก็บเลยไม่ได้เก็บ แต่พอมาระยะหลังนึกขึ้นได้เราต้องเก็บพอแต่งงานมีครอบครัวเราก็รู้สึกว่าเราต้องดูแลไหนจะครอบครัว ไหนจะภรรยาเราลูก”

การที่เคยอยู่จุดสูงสุด ณ ตอนนั้นแต่ไปหลงอยู่กับแสง สี มีเท่าไหร่ใช้หมด ?
“ทางบ้านไม่ได้เลย ครอบครัวไม่ได้สักบาท เราติดหรู ติดแบรนด์เนมดังๆ พอเราเห็นเขาใช่รถ BM เราก็เปลี่ยนไปใช้แบบเขาพอว่าเราไม่ได้เขาก็ยึดไปตั้งหลายคัน ตอนที่เรามีเงินมากๆ ตอนนั้นคือ ติดผู้หญิง การพนันไม่ได้เล่น แต่เราติดสนุ๊กแล้วพอเราไม่มีเงินเราก็ยืมๆ จดหนี้มันทวีคูณขึ้นมา แต่เราใช้เงินเกินตัวทั้งๆ ที่ตอนนั้นคาเฟ่ยังรุ่งเรืองอยู่”

แต่จุดหนึ่งที่ทำให้ชีวิตพลิกผันคือ คาเฟ่ที่รุ่งเรืองกับหายไปตอนนั้นชีวิตเป็นยังไงบ้าง ?
“งานไม่มีทำ คาเฟ่ค่อยๆ หายไป ตอนนั้นเราไม่ได้ปรับตัวไม่ทันเพราะพอคิดว่าจะใช้หนี้ ผู้หญิงก็โทรมาอีกแล้ว (ติดหญิงของเราคือเราไม่ได้เลี้ยงดูเขานะครับ แต่เวลาเราพาเขาไปทานข้างเราก็เป็นคนจ่ายให้ตลอดแต่เพราะผู้หญิงหลายคนมันเลยหมดเยอะ) แล้วตอนนั้นเรายังลงไม่ได้”

ซึ่งสุดท้ายชื่อไปอยู่ในรายชื่อตลกตกอับ ขนาดที่เอาเสื้อผ้าเก่าไปขาย หมดจนต้องขอข้าววัดกินตามข่าวที่ออกมาไหม ?
“ไม่ได้ตามข่าวขนาดนั้น เสื้อผ้าที่ผมเอาไปขายที่ตลาดนัดคือเป็นเสื้อที่ผมใส่ไม่ได้ แล้วที่ผมไปวัดไปขอข้าวกินไม่ใช่ไปหาพระอาจารย์ท่านก็ให้ของที่เขาใส่บาตรมาไปให้หลานกิน เพราะอีกคนถามอีกคนไปลงมันคนละแบบ มันเลยเป็นข่าวออกมาว่า ตูมตามตลกตกอับไม่มีข้าวจะกิน”

ตอนที่เราลงต่ำสุด สุดขนาดไหน ?
“ลงถึงขั้นที่ว่าไม่มีเงินเฉยๆ ไม่มีงาน มีหนี้ 3 อย่าง”

ถึงไม่ได้ตกอับตามข่าวแต่ก็เคยคิดสั้น ฆ่าตัวตาย ?
“เครียดมากเพราะเราไม่มีงานเลยไม่สามารถหาเงินเพื่อมาเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัวได้ เครียดจนขนาดที่ว่าไปซื้อยาเบื่อหนูคิดว่าจะกินทีเดียวแล้วก็ลาเป็นบางคน ตอนนั้นไปลาอาจารย์ (ท่านเป็นร่างทรง) อาจารย์ท่านก็บอกว่าเอาไปทิ้งซะยา เพราะตอนนั้นมรสุมมันเยอะ หนี้เยอะ ทั้งเรื่องรถ ขึ้นศาล ท่านก็บอกว่าให้เราไปตั้งสติ อารมณ์ดีๆ แล้วค่อยโทรมา เราก็เชื่อท่านนั่งร้องไห้ แล้วคิดใหม่ หนึ่งเก็บ ไม่หมิ่นเงินน้อยไม่รอวาสนา ใครให้งาน ให้ทำอะไรทำหมด แล้วเงินให้ที่บ้านเก็บ”

ณ ตอนนั้นเรามองตัวเองยังไงบ้างในสิ่งที่เราทำผิดพลาดไป ?
“มองตัวเองว่าทำแบบนั้นได้ยังไง ถ้าเราตายแล้วคนข้างหลังจะอยู่ยังไง เลยเริ่มต้นใหม่พอสักระยะหนึ่งก็ดีขึ้นเราก็ไปของาน ทำทุกงานที่ทุกคนให้ ให้เท่าไหร่ก็ไปและเราต้องไปก่อนเขา เพื่อให้ครอบครัวของเรารอด ซึ่งหนึ่งในผู้มีพระคุณที่ช่วยเรา คือคุณเป็ด ช่วยเราใช้หนี้ ซึ่งตอนที่เราหลงอยู่ตอนนั้นมีคนเตือนแต่เราไม่ฟัง เพราะเราคิดว่าอันนี้ของฉันอย่ามายุ่ง แต่พอมาตอนนี้คือ ไม่ใช่แล้ว”

ชีวิตรอดกลับมา 1 ครั้ง เพราะความเชื่อความศรัทธา ในตัวของพระอาจารย์ แต่ที่รอดอีกครั้งคือ ถ้าวันไหนไม่มีเงินจริงๆ จะจุดธูปขอใคร ?
“ขอพ่อปู่อาจารย์ บอกว่าพ่อผมไม่มีเงิน เราก็จุดธูป 16 ดอก กลางแจ้งแล้วบอกว่าผมไม่มีเงินกินข้าวเลยขอให้มีงานเข้ามาเยอะๆ นะ แล้วก็สวดมนต์บ้าง ตอนเย็นก็มีคนที่เขายืมเงินเราสมัยก่อนเอาเงินมาคืนเราคิดว่าที่เราได้เงินมาคือ ปาฏิหาริย์ ก็เป็นความเชื่อของแต่บุคคลนะครับ”

ตอนนี้กลับมามีบทบาทมากขึ้น รับงานละคร ถึงจะเป็นคนขับรถแต่ก็ภูมิใจมากๆ ?
“เป็นคนขับรถ เป็นตำรวจ ตอนนี้ละคร 4 เรื่อง เราไม่ได้ใช้บุคลิกที่เราพูดช้าๆ ทุกเรื่องนะครับ แต่เราจะถามผู้กำกับก่อนว่าอยากให้เราพูดแบบไหน เล่นแบบไหน ตอนนี้เราก็เลิกเจ้าชู้แล้ว ส่วนเงินแม่บ้านก็เป็นคนเก็บหมดเลย”

ส่วนลูกๆ ก็ได้เลือดศิลปินจากพ่อไปหมดเลย
“กิ๊ฟ ชวนชื่น ก็อยู่กับคณะจิ้ม ชวนชื่น ส่วนลูกสาวแสตมป์ ก็ออกเพลง ฝากชีวิตไว้ผิดคน ขอฝากด้วยนะครับ ดูผมเป็นตัวอย่างเป็นบทเรียนที่ไม่ควรทำตามเพราะฉะนั้นตอนนี้ใครที่หลงไปทางที่ไม่ดีกลับมาหาตัวเองนะครับ”

สนับสนุนโดย ufabet24

“ณเดชน์” โผล่โหนกระแส เผยเรื่องแต่ง “ญาญ่า” เปิดจุดเริ่มต้นจีบแบบหวานหยด

รายการโหนกระแสวันที่ 2 ธ.ค. หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย ในฐานะผู้ดำเนินรายการผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 ได้สัมภาษณ์ “ณเดชน์” คูกิมิยะ ซึ่งทำแฟนๆ กรี๊ดหนักมาก โดนแกงหม้อใหญ่ เพราะตอนแรกมาในสภาพปิดหน้าปิดตา สวมรอยเป็นนักต้มตุ๋นตัวพ่อ หลอกสาวจนได้รถเบนซ์ ก่อนมาเฉลยว่าที่แท้เป็นหนุ่ม “ณเดชน์” จนทวิตเตอร์ร้อนไปทั้งเมือง งานนี้หนุ่มณเดชน์ เผยถึงเรื่องรัก “ญาญ่า-อุรัสยา สเปอร์บันด์ หลังจากที่เคยประกาศแต่งงานทั้งทีโลกต้องจำ “ณเดชน์” พร้อมย้อนจุดเริ่มต้นจีบ อีกทั้งประเด็นข่าวลือไม่ต่อสัญญาช่อง 3

คุณยืนยันว่าเป็นนักต้มตุ๋น?

“ใช่ครับ”

หลอกคนมาเยอะหรือยัง?

“เยอะครับ หลายคน จริงๆ ก็เป็นร้อย”

หลอกผู้หญิงหรือผู้ชาย?

“ผู้หญิงอย่างเดียวครับ เพราะเราหน้าตาดีอยู่แล้ว ก็ใช้ตรงนี้เป็นเหยื่อล่อผู้หญิ งานจะง่ายขึ้นถ้าเราหลอกผู้หญิง”

หน้าตาเราดี เลยเอาหน้าตาหลอกผู้หญิง ทำยังไง?

“มีหลายวิธี ส่วนมากผมจะเลือกเหยื่อที่แสดงตนว่าต้องการเงิน หรือมีความโลภ เช่น โพสต์ลงเฟซบุ๊ก เหมือนแสดงตัวว่าตัวเองเดือดร้อน อยากให้คนช่วย อยากให้คนโอนเงินมาให้ ผมก็ไปเสาะหาดูในเฟซบุ๊ก ในอินเตอร์เน็ตต่างๆ แล้วก็ติดต่อไป ทั้งเบอร์โทร แมสเซส บางคนทิ้งไลน์ไว้ให้ บางคนโพสต์ลงยูทูป ก่อนหน้านี้เราหลอกคนได้รถเบนซ์ ก็เอาหลักฐานเป็นรถเบนซ์มาหลอก มาเป็นโปรไฟล์ว่าเราก็รวย”

ส่งรูปให้ดู?

“นัดเจอกันเลยครับ หลอกตัวต่อตัว ทำให้ดูน่าเชื่อถือ หลังจากนั้นก็ค่อยๆ เก็บหอมรอมริบ กินช้าๆ ไปเรื่อยๆ”

กินอะไร?

“กินเงินผู้หญิง”

เคยติดคุกมั้ย?

“เคยครับ อยู่ในคุก 2 ปีกว่า”

เคยถูกคนอื่นๆ หมั่นไส้ในความหล่อแล้วกระทืบ?

“มีบ้าง มีทั้งอยากกระทืบและอยากทำอย่างอื่น”

ออกมาแล้วก่อเหตุอีกมั้ย?

“ออกมาก็ทำอะไรไม่ได้ คนมีคดี ชีวิตอยู่ในคุกมาก่อนออกมาก็ทำอย่างเดิม ใช้ชีวิตง่ายสุด คนเขาโลภ ผมก็สนองตัณหาเขา”

ต้องก้มหน้าหน่อย เดี๋ยวคนทางบ้านเห็นแล้วจะจำได้ มีคนถามในทวิตเตอร์ว่าพูดจาหว่านล้อมผู้หญิงยังไง?

“พูดเหมือนพี่หนุ่มเคยพูด ทำอย่างที่เราเคยเห็นคนอื่นทำมา ผมก็ดูตัวอย่างจากคุณหนุ่ม กรรชัย ในการหว่านล้อมสาวๆ นำมาเป็นแบบอย่าง ใช้วิธีทำให้เหยื่อตายใจ หลังจากนั้นขออะไรก็ได้หมด”

ในทวิตเตอร์ส่งเข้ามา เขาบอกอย่าแกงพวกเขาเลย เขารู้ คุณไปหลอกผู้หญิงต้องหล่อมาก เปิดหน้าเลยได้มั้ย เขารู้ว่าคุณเป็นใคร จะหลอกคนดูไม่ได้ เปิดหน้าคุยกันคุณณเดชน์?

“หายใจแทบไม่ออก (หัวเราะ)”

ต้องขอโทษด้วย จริงๆ ณเดชน์เล่นหนังอยู่เรื่องนึง เราบอกว่าจะมาออกโหนกระแสจะคุยมุมไหน เขาบอกว่าเรื่องนี้เล่นเป็นมิจฉาชีพ และอิงจากเรื่องจริง ชื่อเรื่องอะไร?

“อ้ายคนหล่อลวง เล่นเป็นมิจฉาชีพ ชื่อเทวา เป็นชื่อในหนัง”

ไปเรียนรู้วิธีการต้มตุ๋นยังไง?

“จริงๆ ก่อนหน้านี้ผู้กำกับไปรีเสิร์จกันมา ว่าโลกคนต้นตุ๋น เขามีวิธีการยังไง เช่น คอลเซ็นเตอร์ หลอกตัวต่อตัว แชร์ลูกโซ่ การวางมัดจำ หมุนเงิน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดในชีวิตประจำวันคนเราเป็นสิ่งที่น่าเอามาสะท้อนให้คนดูได้เห็นว่าสังคมน่ากลัวขนาดไหน”

หนูปุ๋ย บอกให้ขึ้นเตือนด้วยว่าห้ามเลียนแบบ เขาเชื่อว่าคุณเป็นมิจฉาชีพจริงๆ บางคนบอกโดนแกง บางคนบอกโปรโมตหนังแน่ๆ?

“(หัวเราะ) ผมเคยโทรไปคุยกับผู้คุมในเรือนจำ ว่าจริงๆ การอยู่ในคุกมันเป็นยังไง ไปทำความรู้จักว่าเราต้องเล่นเป็นนักต้มตุ๋นที่เคยติดคุกมันเป็นยังไง ความหดหู่มันเป็นยังไง การหลอกลวงต้มตุ๋นคนเข้าไปแล้วเป็นยังไงบ้าง”

ไปหาทำมั้ย?

“ไม่ถึงขนาดนั้น แต่เคยโดนคอลเซ็นเตอร์มาหลอก ผมก็บอกว่ามั่วแล้ว แล้วก็วางสายไป”

นักแสดงเล่นเยอะมั้ย?

“เยอะมาก มีใบเฟิร์น แบงค์ ธิติ พี่แหม่ม คัทลียา และพี่เผือก เล่นเป็นพี่ชาย ทุกวันนี้ยังไม่รู้เลยว่าพ่อแม่เป็นใคร พ่อแม่เดียวกันหรือเปล่า เราเกิดมาในสังคมสลัม เดินสายทางนี้เพราะเขาพาเรามา เห็นเราน่ารักก็อุ้มเราเข้าร้านทอง แลกทองปลอมกับทองจริง เขาปลูกฝังมาแต่เด็กๆ”

ก็สะท้อนได้เหมือนกันว่าสังคมหล่อหลอมให้คนเป็นมิจฉาชีพได้เหมือนกัน ใบเฟิร์นเล่นเป็นอะไร?

“อินาครับ เป็นเหยื่อคนแรกของผม หลังจากออกจากคุก ผไปหลอกอินา แล้วผมก็ไปพัวพันอินาเพื่อไปหลอกแฟนเก่าอินาอีกที”

ในทวิตเตอร์บอกโคตรเนียน นึกอยู่ว่าเสียงเหมือนณเดชน์ ตอนแรกจะให้พูดอีสานด้วย?

“นี่ดัดแล้วครับ ในเรื่องต้องเป็นคนบุรีรัมย์ พูดอีสานได้”

หนังเข้าวันไหน?

“3 ธ.ค. พรุ่งนี้ครับ ทุกโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ ไปดูได้ จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับแผนการ แต่มีมุกฮาๆ ที่เกิดขึ้นตามสถานการณ์ที่คนไม่คาดคิด เกิดขึ้นตลอดเวลา”

ตกลงแต่งไม่แต่ง?

“จริงๆ หลายคนเข้าใจผิดจากการพาดหัวข่าวว่าณเดชน์จะแต่งงาน อันนี้คือไม่ใช่เรื่องจริง ยังไม่มีการจัดงานแต่งงานใดๆ ทั้งสิ้น ทุกคนคงรู้ว่าคบกับน้องและมีความสุขมากๆ แต่ช่วงเวลาหรือวันที่จะแต่งอะไรยังไง คงอีกสักพักนึงก่อน”

มีการเปรยๆ พูดคุยกันบ้างมั้ย?

“ถามว่าเวลาคนใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน คบหากัน ก็เป็นธรรมดาต้องเพ้อๆ ฝันๆ ว่าที่แบบนี้นะ ต้องประมาณนี้ โลเกชั่นแบบนี้ อยากแต่งแบบนี้นะ แต่ถ้าคุยถึงวัน ล็อกเดือนล็อกปีก็ยัง ผมกับน้องชิลๆ เรื่องนี้ เรารู้สึกว่าเมื่อโมเมนต์เต็มที่แล้ว วันนั้นอาจเป็นวันพิเศษที่เราได้สมรสกัน”

หลังๆ ณเดชน์มีข่าวหวานแหววกับญาญ่า ก่อนหน้านั้นแทบไม่มี เพราะอะไร?

“หลังๆ สองสามปีที่ผ่านมา ทุกคนได้เห็นผมโพสต์อะไร เป็นช่วงเวลาที่เรารู้สึกสบายใจ จะว่าถึงเวลาก็ประมาณนั้น เหมือนไม่มีขอบเขตไม่มีอะไรมากั้น (หัวเราะ) ก็เลยรู้สึกโล่งเป็นตัวของตัวเอง ของกันและกันได้อย่างสบายใจ”

ใช้คำว่าของกันและกัน?

“เหมือนเรามีความสุข เรารักกันแบบไม่มีอะไร”

เริ่มจากการเป็นเพื่อน พี่น้อง เล่นละครด้วยกันมา แล้วน้ำก็ซึมบ่อทราย?

“ใช่ เราเจอกันในละครดวงใจอัคนี และหลังจากนั้นค่อยๆ เริ่มจีบตอนเกมร้ายเกมรัก (หัวเราะเขิน) เขาเป็นน้องคนนึงและน่ารักมาก”

เกมร้ายเกมรักเริ่มจีบ?

“ใช่ครับ (หัวเราะ)”

หึงหวง มีมั้ย?

“ไม่เคยหึงหวงแบบจริงจัง จะเล่นๆ กันมากกว่า บางทีเราถ่ายไอจี ผ่านๆ ผู้หญิงหรือรูปอะไร ก็ถามว่ารูปใคร อะไร เขาถามเรา เราก็เปิดให้ดู ไม่มีอะไร บางทีเขาชมคนโน้นหล่อจัง”

หวงมั้ย?

“เขาแกล้งกันมากกว่า”

ในใจลึกๆ มีมั้ย?

“เราอยากเป็นคนหล่อที่สุดสำหรับเขาอยู่ดี อยากเป็นคนดีที่สุดสำหรับเขาก็พอแล้ว”

เคยมีข่าวครั้งนึงเกิดขึ้นกับญาญ่า มีชายคนนึงที่เป็นนักดาบมีข่าวว่าชอบ คุณเป็นไง?

“มีเรื่องอะไรแบบนี้ ญาญ่าเขาจะบอกผมก่อนเสมอ ซึ่งส่วนตัวลึกๆ เราไม่ได้ซีเรียส ปล่อยข้ามไป เพราะความจริงก็คือความจริง ไม่มีอะไร”

เรื่องสัญญา ล่าสุดมีข่าวแว่วๆ ว่าณเดชน์โบยบินไปอยู่ที่อื่น หมดสัญญาช่อง3?

“100 เปอร์เซ็นต์ว่าไม่จริง ต่อสัญญาไปเรื่อยๆ ไม่ได้คิดจะไปไหนอยู่แล้ว เรารู้สึกว่าที่นี่เป็นครอบครัว เราก็ปฏิบัติกับช่อง 3 เหมือนเขาเป็นผู้มีพระคุณ ส่วนหนัง ช่อง 3 ใจดีมากๆ ไม่ได้มาระบุว่าต้องเป็นยังไง บางงานอยากให้นักแสดงออกไปรับประสบการณ์ท้าทายใหม่ๆ ช่องอนุญาตเสมอ ไม่ได้มีอะไร เล่นหนังก็แจ้งผู้ใหญ่ก่อน ให้เขารับทราบ”

ผลงานกับทางช่อง 3 ตอนนี้?

“ตอนนี้ถ่าย 2 เรื่อง มีลายกินรี หยุดถ่ายทำไปก่อน”

เขาบอกเกิดปัญหา มีหลายคนพูดว่าคุณหมดสัญญา?

“จริงๆ ลายกินรีที่ต้องหยุดเพราะรอบทละคร ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน มีการทำรีเสิร์จช่วงสมัยยุคกรุงศรีอยุธยา เรื่องราวหลักฐานต้องมีอ้างอิงชัดเจน เป็นเรื่องคดีฆาตกรรม สืบสวนสอบสวน ในสมัยกรุงศรีฯ ดีเทลเยอะมากต้องเขียนบทขยายดีเทล ทำให้การถ่ายทำหยุดชะงัก ประเด็นที่หลายคนพูดต่างๆ นานา ไม่จริงเลย”

มีเรื่องอะไรอีก?

“มนต์รักหนองผักแขยง เป็นละครอีสาน คอมเมดี้ กำลังถ่ายทำ เนื่องจากเป็นละครง่ายๆ สบายๆ อีสาน ทำให้บทรันนิ่งค่อนข้างเร็ว ทำให้การถ่ายำทไปได้เรื่อยๆ”

คุณพ่อเป็นไงบ้าง?

“กินอยู่สบายแฮปปี้ แต่ก็อย่างที่ทราบคุณพ่อติดเตียงตลอด แต่ดูแลเต็มที่ พาไปตรวจร่างกายทุกเดือนตามหมอนัด เรื่องนวดกายภาพมีคนดูแลให้”

สร้างบ้านใหม่เป็นเรือนหอหรือเปล่า?

“ไม่ใช่เรือนหอ เป็นบ้านที่อยากสร้างให้ครอบครัว บ้านปัจจุบันซื้อมา 10 กว่าปีแล้ว เป็นบ้านหลังเล็กๆ ตอนนั้นเพิ่งทำงานไม่อยากเสี่ยงอะไรมากมาย ก็ซื้อบ้านเล็กๆ แต่อบอุ่น สร้างบ้านใหม่ให้เก็บของได้เยอะขึ้น ไม่ต้องเดินชนกัน”

อยู่กับพี่เอ ศุภชัยมั้ย?

“อยู่กับพี่เอเหมือนเดิม พี่เอดูแลผมเหมือนเดิม”

เคยเตือนพี่เอเรื่องแอปฯ มั้ย?

“(หัวเราะ) มีครั้งนึง พี่เอใช้แอปฯ ถ่ายผมกับพี่ซันนี่ แต่หน้าเราเป็นมดแดงบนต้นมะม่วง เขารอดคนเดียว บีบหน้าผมให้กลายเป็นอะไรก็ไม่รู้”

เคยบอกให้พอมั้ย?

“พี่เอบอกว่าขอโทษ แต่เข้าใจ ไอจีใคร ใครก็รอด”

เอมักพูดเสมอว่านัมเบอร์วันในใจคือณเดชน์ กตัญญู และไม่ไปไหน น่ารัก?

“ผมว่าสุดท้ายอยู่ที่ความสบายใจ จะอยู่กับใครบางคนมากกว่า เราไม่ได้มีปัญหากับการอยู่กับเขา อยู่กับพี่เอแล้วสนุก ร่าเริง เป็นคนไอเดียบรรเจิดตลอดเวลา ทำละคร ทำคลิปให้ตัวเอง”

เคยทะเลาะกับญาญ่ามั้ย?

“ถ้าจะมี คงเป็นเรื่องง่ายๆ เช่นบอกให้เขากินน้ำ หรือบางทีตกลงกันไม่ได้ว่าจะกินกันที่ไหนดี เราไม่อยากเป็นคนเลือกตลอดเวลา เราให้เขาเลือกบ้าง เป็นดีเทลขำๆ”

ใครง้อ?

“จะใครล่ะครับพี่ครับ”

มีชื่อเรียกเล่นๆ มั้ย?

“ก็เรียกที่รัก เขาก็เรียกเราว่าที่รักเหมือนกัน”

เคยอยากขอแต่งงานมั้ย ตอนไปเที่ยวต่างประเทศมั้ย?

“ถ้าพูดถึงที่ผ่านมายังไม่มี แต่ก็คงมีจินตนาการของเรา ที่อยากให้เป็นที่ไหน ประมาณไหน”

โมเมนต์คุกเข่าขอแต่งงาน ต้องมี?

“ต้องเซอร์ไพรส์ครับ”

ญาญ่ารู้มั้ยเรามาออกรายการ?

“รู้ครับ นี่คงดูอยู่ (หัวเราะ)”

ญ่าญ่าบอกดูอยู่ อยากบอกอะไร?

“ไฮ (หัวเราะเขิน) เขินครับ (หัวเราะ)”

เวลาไปต่างประเทศ คุณแจ็คที่อยู่อังกฤษ เขาบอกคุณไปปรึกษาตลอดเวลาว่าจะซื้ออะไรให้น้องดี?

“ส่วนตัวเป็นคนที่ถ้าครอบครัวจะกินอะไร เราพร้อมดูแล พอเป็นคนที่เรารักไม่ได้สนใจว่าต้องเป็นอะไรเท่าไหร่ มีมูลค่าเท่าไหร่ แต่เราอยากซื้อให้ก็ซื้อให้ เป็นคนใจกว้าง”

เคยอยากพักงานไปเป็นคนเบื้องหลัง?

“เคยคิดนะครับ ว่าอนาคตอยากเก็บประสบการณ์ไปเรื่อยๆ เราอยากอยู่ในสายงานนี้ต่อไป แต่เมนหลักผมยังอยากเป็นนักแสดง พระเอกก็คงอีกไม่นาน ด้วยสภาวะรูปร่างหน้าตา ถ้าต่อไปเล่นเป็นลุง ตัวร้าย ตัวรอง ผมเล่นได้หมด เรามีความสุขที่ได้อยู่ในกองถ่ายละคร”

อยากเป็นอะไร ผู้กำกับหรือผู้จัด หรืออะไร?

“ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าอยากเป็นอะไร แต่เอาการแสดงให้เต็มที่ที่สุด”

ขอแต่งญาญ่าโลกต้องจำ?

“(หัวเราะ) ต้องอย่างนั้นอยู่แล้ว โลกไม่ต้องจำก็ได้ แต่วันนั้นเขาต้องมีความสุข”

ในวงการตอนนี้สนิทใคร ไม่เห็นมีเพื่อนฝูง?

“มีเพื่อนที่ไม่ได้อยู่ในวงการ เพื่อนในวงการ มีพี่หมาก พี่กี้ พี่ป๊อก พี่ในวงการบางคนที่สนิทแต่ทำงานก็ไม่ค่อยได้เจอกัน พี่บอย ปกรณ์ ก็เจอในฟิตเนสครับ”

คุณติดดินจริงๆ ขึ้นรถไฟฟ้าก็ใส่กางเกงขาสั้นเสื้อกล้ามถือถุงกล้วยแขก ไม่ห่วงว่าเป็นณเดชน์เหรอ?

“เมนหลักผมไม่ได้ไปโชว์ตัว ผมแค่ไปล้างรูปที่ร้านล้างฟิล์ม ผมก็เลยใส่แค่นั้น ขึ้นบีทีเอชไปทำหน้าที่เป็นคนธรรมดา ก็ปกตินะ บางทีก็กางเกงบอล แต่ไม่ได้น่าเกลียดขนาดนั้น”

ไม่ค่อยเห็นพระเอกระดับท็อปแต่งตัวแบบนั้นขึ้นรถไฟฟ้า?

“บางทีไปงานหรือห้างก็แต่งตัวให้เหมาะสมกับสถานที่ บีทีเอชก็มีคนแต่งแบบผมเยอะ”

อย่าลืมไปดูหนังณเดชน์?

“ครับ เล่นเป็นมิจฉาชีพ และจะสอนบทสรุปการเป็นมิจฉาชีพ”

สนับสนุนโดย ufabet24

“ขนมจีน” ท้องแล้ว เผยภาพอัลตราซาวด์ลูกน้อย เห็นชัดว่าจมูกโด่งมาก

เป็นอีกว่าที่คุณแม่ป้ายแดงเรียบร้อยแล้ว สำหรับนักร้องสาว ขนมจีน กุลมาศ ที่ล่าสุดได้ประกาศข่าวดีผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว @knomjeankulamas ว่ากำลังตั้งท้องอ่อนๆ ลูกคนแรก โดยมีอายุครรภ์ได้ 13 week พร้อมใบหน้าที่มีความสุขจนเก็บไว้ไม่อยู่ของสามี เคน ขันธ์เพชร

“Another happiest day of our lives @kensarasas mommy and daddy to be… #13weekspregnant ตื่นเต้นสุดๆ กันทั้งครอบครัวกับลูกคนแรกของเรา​ ในที่สุดก็สำเร็จค่าาาา​ น้องมาแล้วน้าาา​ ฝากเนื้อฝากตัวพี่ๆน้าๆอาๆป้าๆด้วยค่าาา​ ช่วงก่อนหน้านี้แพ้ท้องหนักมากอาจจะต้องปฏิเสธบางงานไปหรือไปทำงานแบบเพลียๆแม่ต้องขออภัยด้วยนะคะ​ แต่ตอนนี้กับมาฟิต​แล้วค่า​ ไม่ค่อยแพ้แล้ว​ คืนนี้แม่หนมจะไปให้สัมภาษณ์ที่รายการ​ แฉ​ เรื่องเบบี๋เป็นที่แรก​ ใครอยากตื่นเต้นดีใจไปกับครอบครัวเรา​รอดูกันด้วยนะคะ​ #knomjeankenbaby #knomjeankenlovestory”

จากนั้น ขนมจีน ก็ได้เผยคลิปขณะที่กำลังตรวจอัลตราซาวด์หนูน้อยในท้อง โดยมีเสียงว่าที่คุณพ่อพูดคุยกับคุณหมออย่างปลื้มใจสุดๆ เมื่อเห็นว่าจมูกของลูกโด่งมาก

“ว่าด้วยเรื่องจมูกลูกกกก​ คุณคะ​ อิชั้นดีใจลูกได้จมูกพ่อค่ะ​ แม่ไม่ต้องพาลูกไปเกาหลีแล้ววววว​ ปล.​สามีทักท้วงเรื่องนามสกุลในประวัติมาก​ ทำไมนามสกุลเดิม​ เปลี่ยนให้ด้วยนะครับ​ ใจเย็นค่ะคุณพ่อ​ #knomjeankenbaby #knomjeankenlovestory”

สนับสนุนโดย ufabet24

“จิ้งหรีดขาว” เปิดใจทั้งน้ำตา รักซ้อนรักเจ็บปางตาย เมียตัวจริงประกาศตัว จนเกือบคิดสั้น

นางเอกลิเกดัง “จิ้งหรีดขาว” วงศ์เทวัญ เผยเรื่องราวความรักบาดแผลในใจที่ไม่อาจลืมเลือน ในรายการ Club Friday Show ผลิตโดย CHANGE2561 ว่าเคยเกือบจะได้หมั้นกับผู้ชายที่มาดูลิเกที่ตัวเองแสดงทุกวัน แต่มีอันต้องเลิกราเพราะเกิดไปรักผู้ชายที่ไปเจอหน้ากันแค่วันเดียวขณะที่ทุกคนเตือนแล้ว บอกแล้วว่าผู้ชายคนนี้ มีลูกมีเมียแต่เจ้าตัวก็ไม่เชื่อ พอรู้ความจริงทำใจไม่ได้จนเกือบคิดสั้น พร้อมเผยเรื่องลี้ลับ ที่เกือบโดนผีปล้ำเพราะคำสัญญา

“ต้องบอกว่าตัวเองเป็น FC พี่อ้อย พี่ฉอด มากๆ เพราะชอบฟังเรื่องความรัก ทำไมมันโดนใจขนาดนี้ชอบฟัง ชอบดูเป็นแฟนรายการด้วยคะ เพราะว่าเป็นคนที่ไม่ประสบความสำเร็จในความรักเลย เป็นคนที่คิดกับตัวเองตลอดเวลาว่าไม่ใช่คนสวยเลย แต่ว่าอาจจะเป็นคนน่ารัก (หัวเราะ) เพราะตัวไม่สูงมากจมูกไม่ค่อยมีแต่ได้ขาวอย่างเดียว มีความรู้สึกว่าเราไม่ใช่คนสวยเพราะว่าพี่ของเราสวยมาก มันมีข้อเปรียบเทียบเยอะมาก ตอนสมัยเด็กๆ คิดอย่างนั้นแต่พอเริ่มโตแล้วก็แต่งได้ เสริมจมูกได้อะไรอย่างนี้ ก็ดูดีขึ้น”

มาเป็นนางเอกลิเกได้ยังไง ?
“ตระกูลของจิ้งหรีดขาวเป็นลิเกหมดเลย คุณพ่อเป็นครูลิเก คุณแม่ไม่ใช่ลิเก แต่ก็เป็นครอบครัวลิเก เหมือนเราตั้งแต่เราลืมตาตื่นมาก็เห็นหนูก็เห็นแสงเพชรสะท้อนเข้าตาแล้ว เราก็คิดว่าชีวิตเราเกิดในตระกูลที่รวยหรือเปล่าเพชรมันแสบหูแสบตามากเลยตอนเด็กๆ แต่พอลืมตาขึ้นมาเพชรลิเกเต็มไปหมดเลยค่ะ เล่นลิเกจริงๆ คือตอน 4 ขวบค่ะ เพราะเหมือนเป็นธุรกิจครอบครัวเพราะทุกคนเป็นหมดแล้วเราเกิดมาในตระกูลลิเก ก็ต้องเป็นตามเขาเลย”

“ส่วนที่มาของชื่อ จิ้งหรีดขาว คือตอนแรกมาจาก จิ้งหรีด คือชื่อเล่นของเราก่อนค่ะ เราก็ถามแม่ว่าทำไมเราต้องชื่อ จิ้งหรีด ด้วยเพราะเพื่อนล้อ แม่ก็บอกว่าเพราะตอนเด็กเราร้องไห้เก่งมาก งอแงมาก ก็เลยชื่อ จิ้งหรีด ก่อนแล้วมันมีฉายาเกิดขึ้น คือกระต่ายขาวอย่างนี้ เราเลยมาตั้งของเราว่าเป็น จิ้งหรีดขาว (หัวเราะ)”

ทุกวันนี้ยังเล่นลิเกไหม ?
“ยังเล่นอยู่เพราะความอยากเล่น และที่เพิ่งตั้งคณะตัวเองก่อนโควิด เพราะว่าเจ้าภาพเขาบนลิเกเรา จิ้งหรีดขาว วงศ์เทวัญ เราก็บอกว่าไปหากุ้ง สิคะเรารับเชิญ กุ้ง สุธิราช (ตอนนั้นยังไม่ได้ตั้งคณะ) เพราะกุ้งมีคณะเราคือรับเชิญไปเล่นที่คณะเขา แต่สรุปแล้ว เจ้าภาพบอกว่าจะแก้บนคณะจิ้งหรีดขาว ซึ่งตอนที่เรายังไม่ได้ตั้งคณะเราทิ้งงานเราไปประมาณ 50 คืน แล้วที่ผ่านมาคือ วันเกิดก่อนโควิดมีคนโทรมาถามว่ารับไหมๆ จะแก้บนเราก็ถามแม่เลย แม่คะ อยากจะตั้งคณะแม่ว่าไง เราก็มีอายุแล้วแล้วอีกอย่างรากเหง้าของเราก็เป็นลิเก แม่บอกตั้งเลย เราเลยตั้งเลยเดือนหนึ่ง 5-6 คืนก็แฮปปี้แล้ว”

ด้วยความเป็นนางเอกลิเกต้องมีหนุ่มๆ ที่มาดูมาชื่นชม ชื่นชอบเยอะ คนมาจีบเยอะไหม ?
“เยอะมากค่ะ ณ ตอนแรกที่เราเริ่มเป็นนางเอกคือ มีคนมาจีบมาชอบเยอะมาก แต่ครั้งแรกในชีวิตที่มีผู้ชายมาจีบ อันนี้เหมือนเด็กแก่แดดนิดนะคะ อายุประมาณ 13-14 ปี เราไม่ได้ชอบเขา เขามาชอบเราด้วยที่บ้านเป็นลิเกแล้วมีความยากจนมาก เวลาพักช่วงหน้าฝนเราก็ต้องหาอาชีพมาทำ คุณแม่ ขายของตลาด ส่วนเราเวลาตี 4-5 ไปรับจ้างเขาขายของ ซึ่งผู้ชายคนนี้เขาเป็นลูกเจ้าของ ซึ่งเราก็ไปขายวันละ 20-40 บาท เราก็ไปรับจ้างเขา แล้วเขาดูแลเราดีมาก หนูกินอะไรไหม ดูแลเราดีมาก ซึ่งเขาเป็นเจ้าของ ตอนนั้นยังไม่ได้เป็นนางเอกลิเกนะคะ แต่ก็เริ่มแสดงบ้างแล้ว และในเวลาเดียวกันที่มีคนมาจีบเราก็มีคนมาจีบพี่สาวเราด้วย ซึ่งพี่สาวเราคือคนที่สวยมาก ซึ่งคนที่มาจีบพี่สาวเราคือหล่อมาก แต่สุดท้ายผู้ชายที่มาจีบพี่สาวถูกผู้หญิงจับ(เขาท้อง)เลยต้องเลิก เลยทำให้เรารู้สึกว่าหล่อสวยขนาดนี้ยังเลิกกันไปมีคนอื่น เราเลยคิดเองว่าต่อไปถ้าจะมีแฟน คือต้องไม่หล่อ”

แล้วที่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนจริงๆ คือตอนไหน ?
“ตอนนั้นเป็นนางเอกเต็มตัว แล้วมีผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเขามาดูลิเก ตอนแรกไม่ได้คิดว่าเขามาชอบเรา เพราะเขามาดูทุกครั้งเขาจะมากับผู้หญิงหลายคน และเขาเป็นเจ้าของร้านทอง ซื้อของมาให้เราทุกวัน ให้รางวัลเรามากมาย เขามาดูเราทุกวัน 8-9 ปี เขาสามารถรู้แล้วว่านางเอกคนนี้ร้องกลอนนี้อย่างไรได้แล้ว ตอนแรกๆ มาดูก่อนแล้วพอ 3 ปี เริ่มจีบเรา แล้วออกตัวว่าชอบเรา เราชอบเขานะแต่ไม่กล้าจะเปิดใจ แต่พอเวลาผ่านไปสัก 5 ปี (ซึ่งในระหว่างความสัมพันธ์ 5 ปี ได้มีการพูดคุยกันค่ะ ก็แบบพอเล่นลิเกเสร็จก็มานั่งคุยกัน ถ่ายรูปแล้วก็แยกย้ายกันกลับไป) ความสัมพันธ์ 5 ปี ประมาณนี้ค่ะ อาจจะมีคุยโทรศัพท์กันบ้าง แต่ไม่เคยไปไหนมาไหนด้วยกันเลย”

“แต่พอมาปีที่ 6-7 เริ่มไปบ้างมารับไปทานข้าวใกล้ๆ บ้าน ซึ่งการที่อยู่กับเขาคือ แค่ชั่วโมงสองชั่วโมงเองแล้วก็แยกย้าย ตอนนั้นเราก็เริ่มรักขึ้นมาบ้างแล้ว เพราะเขามานะมากๆ แล้วเราก็เห็นใจเขาก็เหมือนทุกคนรอบข้างก็เริ่มรู้ว่าชอบกัน จนพี่น้องเชียร์หมดเลย เข้าปีที่ 8 เขาก็คุยกับพี่น้องเราทุกคนว่าหมั้นก่อนไหม เขาก็เตรียมซื้อของเลยว่าเราชอบอะไร ชอบสร้อยข้อมือเพชร ชอบเพชรเขาก็ซื้อ ซึ่งตอนนั้นเราก็เห็นดีเห็นงามด้วยว่าหมั้นไว้ก่อน 4-5 ปีแล้วค่อยแต่ง”

“พอสรุปมีอยู่วันหนึ่ง เขาพาหนูไปที่ใดที่หนึ่ง แล้วเราได้ไปเจอผู้ชายคนหนึ่ง (เรารักผู้ชายคนที่เพิ่งเจอคนนั้นเลย) เราเจอผู้ชายคนนั้นเรารู้สึกว่า ฉันรักผู้ชายคนนี้จัง ฉันอยากจะเป็นแฟนกับผู้ชายคนนี้ เขาเป็นคนที่หล่อมากหล่อเกินจะบรรยาย ฉันรักผู้ชายคนนี้และอยากเป็นแฟนผู้ชายคนนี้”

สนับสนุนโดย ufabet24

“มาร์ช จุฑาวุฒิ” คุณแม่สุดที่รักจากไปอย่างสงบ เขียนคำลาทั้งน้ำตาหลับให้สบายนะครับ

มาร์ช จุฑาวุฒิ คุณแม่สุดที่รักจากไปอย่างสงบ เขียนข้อความบอกลาทั้งน้ำตา “หลับให้สบายนะม้า มาร์ชจะเป็นอย่างที่หม่าม้าหวังไว้ รักหม่าม้าที่สุด” แฟนคลับเข้ามาร่วมแสดงความเสียใจและไว้อาลัยกันอย่างเนืองแน่น

มาร์ช จุฑาวุฒิ นักแสดงวัยรุ่นคนดังได้โพสต์ภาพของคุณแม่พร้อมกับข้อความผ่านไอจีที่เจ้าตัวเขียนจากหัวใจ โดยบอกว่าคุณแม่ได้จากไปแล้ว “หลับให้สบายนะม้า มาร์ชจะเป็นอย่างที่หม่าม้าหวังไว้ รักหม่าม้า ที่สุด” หลายคนเห็น หลายคนเห็นแล้วต่างเข้ามาแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง

สนับสนุนโดย ufabet24

ลุคใหม่แซ่บมาก “ตั๊กแตน ชลดา” แฟนรักแฟนหลง อายุห่าง 7 ปี แต่เคมีตรงกันเวอร์

ยกให้เป็นลูกทุ่งเงินล้านที่ตอนนี้งานแน่นเวอร์ สำหรับลูกทุ่งสาวเสียงดี “ตั๊กแตน ชลดา” เพราะช่วงหลังมานี้ปรับลุคใหม่สุดไฉไลเป็นสาวดูมดูม เชิ่ดใส่ความดราม่าโดนบูลลี่เรื่องหุ่นพลัสไซส์ ล่าสุด สาวตั๊กแตน ขอเดินทางมาอัปเดตเรื่องความรักแซ่บๆ ผ่านรายการบันเทิงขาเม้าท์ Z story ทางช่องอมรินทร์ทีวีเอชดีช่อง 34 ไว้ว่า

เห็นว่าตอนนี้มีคนที่ศึกษาดูใจคนใหม่แล้ว ?
“ตอนนี้ก็มีคนที่คบกันเลย ต้องใช้คำว่าคบกัน เพียงแต่ว่าเราไม่ได้พามาควง หรือว่าพามาเปิดต่อหน้าสื่อมวลชนแค่นั้นเอง แต่ว่าไปไหนมาไหนเราก็ไปด้วยกันปกติ ไม่ได้ปิดบังอะไร”

กับแฟนคนล่าสุดคบกันมานานแค่ไหนแล้ว ?
“ตอนนี้ก็น่าจะปีหนึ่งได้แล้ว”

เป็นคนในวงการ หรือว่านอกวงการ ?
“นอกวงการค่ะ”

อายุห่างกันกี่ปี ?
“7ปีได้ค่ะ พี่เขาอายุมากกว่าเรา”

ทำไมถึงเลือกคบรุ่นใหญ่ ?
“มันประมาณเหมือนว่า เราอยากได้คนที่มีความคิดโตกว่าเราอีก เราว่าเราโตในระดับหนึ่งแล้ว แต่บ้างครั้งเราว่าเราก็ยังโตไม่พอหรอก”

ความรักครั้งนี้มีมุมมองความรักเป็นยังไง ?
“มุมมองในเรื่องของความรัก ความรักมันเป็นสิ่งที่ดีงามอ่ะ คือโอเคแหละ มันมีทั้งสมหวัง และไม่สมหวัง แต่จงจำไว้เถอะว่า ความรักมันคือยาชูกำลัง ทำให้เราใช้ชีวิตในปัจจุบันได้ดีที่สุด แต่ก็อย่าไปคาดหวังอะไรมาก เพราะว่าสักวันหนึ่ง คนเราก็ต้องตายจากกันไป ไม่มีใครอยู่กับเราได้ตลอดชีวิตหรอก”

คุณสมบัติของคนนี้ที่เราชอบมากที่สุด ?
“ที่ชอบมากที่สุดอะเหรอ คือเขาจะไม่พูดเยอะเหมือนหนู เขาเป็นผู้ฟังที่ดี ความคิดโตกว่าเรา เป็นผู้ใหญ่เป็นที่ปรึกษาได้ เป็นที่พึ่งได้ ก็โอเคเหมือนเคมีมันเข้ากันได้หลายๆ อย่าง แต่ว่ามันก็มีหลายอย่างที่เราไม่เข้ากันเหมือนกัน แต่ว่ามันเข้ากันได้มากกว่าครึ่ง”

ขอถามเป็นคนไทยหรือว่าชาวต่างชาติ ?
“คนไทยค่ะ ถ้าเป็นต่างชาติเอาจริงๆ การใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันคงลำบากมากนะ เขาอยู่อีกทีหนึ่ง เราอยู่อีกทีหนึ่ง แต่สุดท้ายอาจไปไม่รอด”

ติดตามทุกประเด็นร้อนชุบซิบทุกเรื่องที่เป็น ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ใน รายการ Z story เพราะทุกที่มีเรื่องเม้าท์ ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.50 น. ทางอมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 หรือรับชมย้อนหลัง youtube : amarintvhd

สนับสนุนโดย ufabet24

แม่ณเดชน์ เหมาแผงไข่ช่วยยายวัย 80 เคยมีทุกอย่าง แต่ชีวิตพลิกผันเหลือตัวคนเดียว

แม่ณเดชน์ เป็นสายบุญที่ทำบุญไม่เคยขาดจริงๆ สำหรับ คุณแม่คนเก่งของพระเอกหนุ่มสุดหล่อ ณเดชน์ คูกิมิยะ ที่มักจะมีกิจกรรมออกไปทำบุญให้แฟนๆ ได้ร่วมอนุโมทนาอยู่เป็นประจำ

และล่าสุด แม่แก้ว ก็ได้แชร์อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ทำเอาหลายๆ คนแอบน้ำตาคลอ เมื่อแม่แก้วได้พบกับคุณยายวัย 80 ปี ที่ออกมาขายไข่เพื่อเลี้ยงชีพตัวเอง

โดย แม่แก้ว ได้โพสต์ภาพคุุณยายและข้อความลงในอินสตาแกรม @keaw_jung ว่า “วันนี้ตั้งใจไปกราบคุณแม่ชี กำลังจะเลี้ยวขวาไปตามเส้นทาง เห็นคนนั่งขายของอยู่ใต้ต้นมะขามมาแต่ไกล พอเข้าไปใกล้ๆๆๆๆ กลับเป็นคุณยายวัย 80 อดไม่ได้ที่จะต้องอุดหนุน ให้คุณยายกลับบ้าน ขอเหมาทั้งหมด มีเท่าไหร่เอาหมดเลยค่ะ

คุณยายดีใจมากๆๆๆๆ เห็นน้ำตาคลอด้วย และบอกอีกว่า ฝากแผงไข่ไก่และไข่เป็ด กะข้าวเขาไว้ เอาด้วยอีกมั้ย แม่รีบตอบทันที เอาค่ะคุณยาย เอาหมดเลยนะคะ จะเอาไปอะไรเยอะแยะ แถมถามต่อ…จะเอาไปวัดและแจกค่ะ คุณยายรีบสาธุ และพูดเบาๆ ออกจากความรู้สึก ที่เก็บมานานแสนนาน ให้แม่ฟังทั้งน้ำตาคลอว่า เมื่อก่อนมีทุกสิ่งทุกอย่าง บ้านรถที่ดิน อย่างสบาย พอมาตอนนี้อายุ 80 แล้วไม่เหลืออะไรเลย อยู่ตัวคนเดียว ทั้งชีวิต มานานแล้ว

แต่ดีอย่าง ไม่เคยป่วยเลย เพราะทำงาน เพราะทำงาน ไม่เคยได้พักเลย โถ คุณยายคุณพระรักษาไว้แล้วค่ะ สาธุ และคุณยายก็หยิบเงินจากแม่อย่างดีใจอกดีใจพร้อมสาธุ อวยพรให้ และขอพรที่คุณยายให้มาขอให้ย้อนกลับหาคุณยายเป็นร้อยเท่าพันเท่า นะคะ ขอให้แข็งแรงๆๆๆ นะคะ เอาไปถวายวัดทั้งหมด คุณยายก็ได้บุญด้วยนะคะ”

สนับสนุนโดย ufabet24

“แมท-สงกรานต์” เผยเรื่องราวสุดอัศจรรย์ใจระหว่างเดินทางไปถ้ำนาคา จ.บึงกาฬ

“แมท-สงกรานต์” เดินทางไปสักการะถ้ำนาคา จังหวัดบึงกาฬ เผยเส้นทางเดินชันมากขึ้นเรื่อยๆ เล่าเรื่องราวปาฏิหาริย์เดินขึ้นได้เพียง 50 นาที เพราะได้รับประทานไข่ต้มที่สักการะศาลเจ้าปู่อือลือ นอกจากนี้ยังได้นำภาพบรรยากาศด้านบนมาฝากโดยบอกว่าเห็นแล้วหายเหนื่อยมาก

ถ้ำนาคา จังหวัดบึงกาฬ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่หลายคนอยากไปสักการะและเห็นกับตาสักครั้งในชีวิต ต้องบอกว่าการเดินทางขึ้นไปสักการะหินที่เป็นลายและคล้ายหัวพญานาคในถ้ำนั้นเป็นไปอย่างยากลำบาก เพราะต้องเดินไต่เขาขึ้นไปและทางนั้นชันมาก ล่าสุด นางเอกสาว แมท ภีรนีย์ ได้แทคทีมกับหวานใจ สงกรานต์ เตชะณรงค์ ขึ้นไปบนถ้ำนาคาได้สำเร็จและใช้เวลาเพียง 50 นาทีเท่านั้น นอกจากนี้ยังได้เรื่องราวที่เป็นความเชื่อของตนเองอีกด้วย

“ระยะทางขึ้นถ้ำนาคาไม่ไกลมาก ประมาณ 2 กิโลเมตรค่ะ แต่ทางขึ้นชันเรื่อยๆ เกือบตลอดทั้งทางต้องสู้กับใจตัวเองคือ Heart rate ที่เต้นเกินจริงไปมาก 555 กลุ่มแมทใช้เวลา 50 นาทีถึงปากถ้ำ เป็นเวลาที่ทุกคนลงเสียงกันแล้วว่าได้เจ้าปู่อือลือท่านช่วยไว้ เพราะได้ทานไข่ต้มของไหว้ค่ะ ก่อนขึ้นถ้ำแวะสักการะศาลเจ้าปู่อือลือเพื่อขวัญกำลังใจนะคะ”

ทั้งนี้ แมท ภีรนีย์ ได้แนะนำคนที่กำลังแพลนเดินทางไปโดยบอกว่า “เตรียมรองเท้าที่ดีไปเพื่อเดินขึ้นจะได้ไม่อันตรายค่ะ ระหว่างเดินพบเพื่อนเดินทางตั้งแต่อายุ 6-7 ขวบ ไปจนถึง 70 ขวบเลยค่ะ ยินดีที่ได้พบและอนุโมทนาสาธุแก่ทุกท่านค่ะ”

ด้าน สงกรานต์ ได้เผยภาพของวิวด้านบนบรรยากาศสุดงดงามที่หลายคนเห็นแล้วต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากมีโอกาสได้ไปสักครั้ง

สนับสนุนโดย ufabet24