ค่าแบบ หรือค่าบริการวิชาชีพของสถาปนิกในประเทศไทย

ค่าแบบ
ค่าแบบ

ค่าแบบ หรือค่าบริการวิชาชีพของสถาปนิกในประเทศไทย ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งแห่งที่ถูกที่สุดในโลกซึ่งคงเป็นกรรมเก่า

ที่ตกทอดกันมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษของสถาปนิกไทยเรา เหตุผลดังกล่าวมีสาเหตุสำคัญมาจากสังคมไทยไม่ (เคย) เข้าใจและไม่อยากทำความเข้าใจกับบทบาทการทำงานของสถาปนิกมาตั้งแต่แรกเริ่มมีวิชาชีพสถาปนิก ทั้งที่เรามีสมาคมสถาปนิกสยามฯ มาตั้งเกือบ 75 ปีมาแล้ว

เมื่อสังคมไม่เข้าใจหรือไม่รู้จักบทบาทการทำงานของสถาปนิก ประชาชนก็จะไม่รับรู้ความยากลำบากในการทำงานของเราตั้งแต่การคิดแบบ การคิดโปรแกรม Concept และไม่เข้าขั้นตอนและวิธีการออกแบบ จัดทำแบบ เขียนแบบ และงานอื่น ๆ ที่ทำให้ความฝันของลูกค้ากลายเป็นจริงจนก่อสร้างแล้วเสร็จได้ เพราะงานนามธรรมพวกนี้ลูกค้าจะไม่สามารถมองเห็นได้ เนื่องจากเป็นกระบวนการทางความคิดที่อยู่ในหัวสมองของสถาปนิกเราเป็นหลัก

ดังนั้นค่าแบบของสถาปนิกไทยเราจึงมักถูกประเมินผ่านเพียงสิ่งของรูปธรรม หรือเอกสารที่ลูกค้าจับต้องได้ก็คือ แบบบ้าน แบบอาคาร ภาพทัศนียภาพ หรือหุ่นจำลองก็ตาม ซึ่งเมื่อตีมูลค่าของการออกแบบผ่านกระดาษและแบบพิมพ์เขียว ไปจนถึงเอกสารประกอบแบบทั้งหลาย ก็จะดูแปรเป็นตัวเงินได้ไม่มากมายเท่าใดนัก หรือบางทีก็นับแผ่นแบบอาคารที่ทำให้ลูกค้าคูณออกมาเป็นค่าแบบของสถาปนิกเราเองเลยก็มีไม่น้อย เหตุเพราะลูกค้ามองว่ามันคือกระดาษธรรมดา ชั่งกิโลขายได้ไม่กี่สตางค์เท่านั้นเอง คำถามที่น่าเศร้าในประเด็นนี้ก็คือ “สถาปนิกอย่างเราเป็นแค่คนขายกระดาษจริงหรือ???”

เมื่อย้อนกลับมาดูการคิดค่าแบบของสถาปนิกตามมาตรฐานของสมาคมสถาปนิกสยามฯ ที่เราคุ้นเคยกัน ถือเป็นความฝันอันสูงสุดของสถาปนิกชาวไทย ซึ่งเมื่อเป็นความฝันแล้วจึงเป็นสิ่งที่ไม่เป็นจริงในชีวิตของเราแต่อย่างใด และเมื่อเราดูให้ไกลต่อไปถึงมาตรฐานค่าออกแบบอาคารราชการที่มีค่าเท่ากับร้อยละ 1.75 ของมูลค่าก่อสร้าง ก็เป็นเรื่องเศร้าที่อาจเรียกได้ว่าเป็นโศกอนาฏกรรมสำหรับสถาปนิกไทยเลยทีเดียว เพราะค่าแบบจำนวนนี้ (ซึ่งต้องแบ่งให้วิศวกร ช่างเขียนแบบและที่ปรึกษาด้านอื่น ๆ อีกมากมาย) ก็ไม่รู้ว่าสถาปนิกจะหลงเหลือทุนรอนใดให้ใช้สำหรับสร้างสรรค์งานให้มีมาตรฐานเทียบเท่าสากลได้อย่างไร

นอกจากนี้มีความน่าสนใจเกี่ยวกับการคิดค่าแบบของสถาปนิกไทยอีกประการคือ เราจะคิดแบบเหมาโดยรวมเอาค่าออกแบบของวิศวกรผู้เกี่ยวข้องทุกอย่างให้มาอยู่ในส่วนของสถาปนิกทั้งหมด ซึ่งต่างจากต่างประเทศที่มีการจำแนกออกเป็น Specialist ต่าง ๆ ดังนั้นหากสถาปนิกต้องการให้งานของตนมีเนื้อหาครบถ้วนสมบูรณ์ขึ้นตามการใช้สอยที่ซับซ้อนขึ้น อาทิ การจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน ผู้เชี่ยวชาญด้านเสียง ด้านการออกแบบแสงสว่าง ฯลฯ เหล่านี้ ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมาเหล่านี้จะเป็นคำถามว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ หรือจะเป็นภาระการเสียเงินของใคร

ปัญหาที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ ในสังคมไทยมักใช้ตรรกะหรือวิธีการตัดสินใจเลือกสินค้าหรือบริการ Pricing เป็นสำคัญ โดยไม่สนใจว่าสิ่งใดต้องใช้ปัจจัยทางด้านราคาเป็นตัวตัดสิน หรือสิ่งใดต้องใช้ปัจจัยด้านคุณภาพมาใช้ตัดสิน วิธีคิดแบบนี้จึงหมายความว่า สังคมเราจะตัดสินใจเลือกสถาปนิกหรือบริการของสถาปนิกด้วยการดูราคาว่าถูกหรือแพงเพียงปัจจัยเดียวเหมือนกับการซื้อผักซื้อหมูในตลาด โดยไม่สนใจว่าคุณภาพหรืองานที่ตนเองจะได้รับเป็นอย่างใด แต่สิ่งที่น่าสนใจต่อมาคือ ถ้าสินค้าหรือบริการนั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับความเป็นความตาย ความสวย ความหล่อ หรือความอ้วนความผอมของตนเองเมื่อใด เช่น ค่ารักษาพยาบาล รักษาสิว ไปจนถึงซื้อคอร์สลดความอ้วนที่ว่าไม่แพงเท่าไหร่ คนไทยก็ยินยอมที่จะจ่ายโดยไม่มีข้อต่อรองใด ๆ ทั้งสิ้น

ซึ่งแนวทางการแก้ไขนั้นก็ไม่ยากเลย โดยการสร้างความรับรู้ถึงความสำคัญของวิชาชีพ อันเป็นสิ่งซึ่งสถาปนิกในระดับบุคคลและองค์กรวิชาชีพต้องกระทำอย่างต่อเนื่องอย่างไม่ท้อถอย ควบคู่ไปกับการให้บริหารต่อสังคมและลูกค้าอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อให้สังคมได้รับรู้ประโยชน์และเข้าใจถึงคุณภาพของงานที่จะเกิดขึ้นจากการให้บริการของสถาปนิก ในส่วนขององค์กรวิชาชีพก็คงต้องผลักดันแนวคิดและนโยบายเรื่องคุณภาพของงานสถาปัตยกรรมควบคู่ไปกับค่าใช้จ่ายที่เป็นธรรมของสถาปนิกต่อหน่วยงานราชการที่มีหน้าที่รับผิดชอบให้มีความรู้ความเข้าใจ และดำเนินการแก้ไขปัญหานี้ให้ลุล่วงอย่างเป็นรูปธรรมให้จงได้ต่อไป สถาปนิก

มีสไตล์โมเดิร์นร่วมสมัยที่ไม่เหมือนใคร 5 สไตล์ที่สามารถตอบสนองทุกความต้องการของชีวิต

บ้านสไตล์โมเดิร์น

บ้านสไตล์โมเดิร์น คือบ้านประเภทหนึ่งที่ไม่ได้กำหนดหรือกำหนดไว้ว่าเป็นบ้านที่ตกแต่งในรูปแบบและสไตล์ใด ตรงกันข้ามเป็นสไตล์การตกแต่งบ้านที่ผสมผสานระหว่างการตกแต่งบ้านในอดีตที่นิยมและการตกแต่งบ้านสมัยใหม่เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างสไตล์การตกแต่งบ้านที่ผสมผสานเสน่ห์ของความเก่าและความใหม่ได้อย่างลงตัวบ้านสไตล์การตกแต่งแบบใดจะช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับการตกแต่งบ้านเดิมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่เน้นการตกแต่งที่เรียบง่ายผสมผสานกับวัสดุธรรมชาติ สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นผ่อนคลายและเป็นธรรมชาติในบ้าน
บ้านสไตล์โมเดิร์น

5 การตกแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์นที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้อย่างลงตัว สวยคลาสสิก

การแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์นเป็นการผสมผสานระหว่างรูปแบบในอดีตและปัจจุบัน การใส่ใจในรายละเอียดและฟังก์ชั่นก็เหมือนกับบ้านสไตล์โมเดิร์นสไตล์โมเดิร์น แต่บ้านสไตล์โมเดิร์นจะเน้นการตกแต่งที่เสริมสร้างชีวิตและความรู้สึกของชีวิต นอกเหนือจากการตกแต่งบ้านสมัยใหม่แล้วยังมีรายละเอียดอื่น ๆ อีกมากมายตัวอย่างเช่นการออกแบบหลังคาของบ้านร่วมสมัยที่ดีที่สุดคือใช้หน้าจั่วหรือหลังคาคลุมแทนหลังคาแบนที่ทันสมัย โทนสีหลังคาที่ใช้คือสีเข้มหรือสีอ่อนไม่มีจุดสว่าง นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มภาพลักษณ์ที่สง่างามของบ้านสมัยใหม่
เสน่ห์ธรรมชาติ
บ้านสไตล์ร่วมสมัยจะมีการนำวัสดุที่มีความเป็นธรรมชาติอย่าง “ไม้” มาใช้ในการตกแต่งบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการนำมาใช้เพื่อตกแต่งเป็นส่วนประกอบภายในบ้านตามอาคาร หรืออาจเป็นรูปแบบของเฟอร์นิเจอร์จากไม้ธรรมชาติที่นำมาใช้ตกแต่งภายในบ้านก็ได้เช่นกัน ซึ่งวัสดุประเภทไม้ ไม่ว่าจะเป็นไม้จริงหรือไม้เทียม ก็เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งที่เหมาะสมกับการตกแต่งบ้านสไตล์ร่วมสมัยในแต่ละยุค เนื่องจากบรรยากาศของการตกแต่งบ้านสไตล์นี้จะเน้นความอบอุ่นและชวนผ่อนคลายมากกว่าการแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์นในปัจจุบันที่เน้นความทันสมัยจากการใช้วัสดุสมัยใหม่มากกว่า จึงทำให้การแต่งบ้านในสไตล์ Contemporary เป็นรูปแบบที่ผสมผสานเสน่ห์แห่งธรรมชาติไว้ในการอยู่อาศัยอย่างลงตัว อีกทั้งยังนิยมสร้างบรรยากาศโดยรอบบ้านและภายในบ้านให้มีความเป็นธรรมชาติ ด้วยการจัดสวนปลูกต้นไม้เพิ่มความร่มรื่นมากยิ่งขึ้น
ผสานการใช้วัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น
การตกแต่งบ้านในสไตล์ Contemporary ที่โดดเด่นไปด้วยความร่วมสมัยของประเทศไทยจะมีการหยิบนนำวัสดุที่สามารถหาได้ง่ายในท้องถิ่นมาผสมผสานเข้ากับการตกแต่งบ้านให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งในแต่ละภูมิภาคก็จะมีวัสดุที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ อาทิเช่น
  • วัสดุไม้ ประเทศไทยในอดีตมีทรัพยากรทางธรรมชาติอย่าง ป่าไม้ ค่อนข้างมาก จึงทำให้การก่อสร้างบ้านในสมัยก่อนนิยมนำไม้มาใช้เป็นองค์ประกอบหลักของตัวบ้านและงานตกแต่ง ซึ่งในแต่ละท้องถิ่นก็จะมีวัสดุไม้ที่มีชนิดแตกต่างกันออกไปทั้งไม้เนื้ออ่อนและไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้สัก ไม้ประดู่ ไม้เต็งรัง เป็นต้น ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างบรรยากาศภายในบ้านให้มีความอบอุ่น ผ่อนคลาย และเป็นธรรมชาติมากขึ้นแล้ว การตกแต่งบ้านด้วยวัสดุไม้ยังช่วยเพิ่มความสวยงามคลาสสิกให้บ้านมีความร่วมสมัยที่ชวนมองมากยิ่งขึ้น
  • อิฐมอญ หนึ่งในวัสดุท้องถิ่นที่มีการผลิตและถูกนำมาใช้งานในการก่อสร้างบ้านอย่างแพร่หลายตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นวัสดุที่ทำขึ้นจากดินเหนียวผสมแกลบ โดยนำมาเผาในอุณหภูมิสูงเพื่อเซ็ตดินให้มีความแข็งแรง ทนทาน และสามารถใช้งานได้ยาวนาน นิยมนำมาใช้งานประกอบเป็นโครงสร้างหลักในส่วนผนังของบ้านและอาคารก่อนที่จะฉาบปูนและทาสีตกแต่งผนังให้สวยงาม แต่ในปัจจุบันมีการเผยผิวสัมผัสธรรมชาติเพื่อให้เห็นเนื้อแท้ของวัสดุมากยิ่งขึ้นโดยการโชว์ผนังก่ออิฐในแบบสไตล์ลอฟท์ ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับบ้านสไตล์ร่วมสมัยได้เช่นเดียวกัน
สอดแทรกภูมิปัญญาไทย
เสน่ห์ของการแต่งบ้านในสไตล์ Contemporary ที่มีความร่วมสมัยไม่ได้มีเพียงการเลือกใช้วัสดุที่สามารถหาได้ง่ายในท้องถิ่นและนำมาตกแต่งใหม่จนสวยงามเท่านั้น แต่การแต่งบ้านสไตล์นี้ยังมีการสอดผสานแนวคิดทางภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้าไว้ในการออกแบบตกแต่งอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดของงานฝีมือที่สอดแทรกอยู่ในงานของช่างไม้ในแต่ละพื้นที่ซึ่งมีกลิ่นอายที่แตกต่างกัน ตลอดจนถึงงานจักสานเครื่องหวายเป็นเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งภายในบ้าน หรือขั้นตอนในการออกแบบก่อสร้างและตกแต่งบ้านที่มีสไตล์ไม่ซ้ำกันในแต่ละท้องถิ่น ก็ล้วนเป็นภูมิปัญญาไทยที่ผสานอยู่ในการแต่งบ้านสไตล์นี้ได้อย่างงดงามลงตัว
รายล้อมด้วยบรรยากาศอบอุ่นชวนผ่อนคลาย 
บ้านสไตล์ร่วมสมัยเป็นบ้านที่ได้รับการตกแต่งให้มีบรรยากาศอบอุ่น ชวนผ่อนคลาย และเหมาะสำหรับการอยู่อาศัยในแต่ละวันมากยิ่งขึ้น โดยการเลือกใช้โทนสีภายในบ้านที่มีความเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติมากที่สุด อย่างโทนสีเทา ครีม ขาว เอิร์ธโทน หรือน้ำตาลอ่อนที่ผสมผสานเข้ากันอย่างลงตัว เพื่อให้บรรยากาศภายในบ้านมีความสบายตา คงความเรียบง่าย แต่ก็ให้ความรู้สึกที่ทันสมัยไปพร้อมกัน และด้วยการตกแต่งบ้านในสไตล์ Contemporary ที่ไม่ได้เฉพาะเจาะจงไปทางใดทางหนึ่ง จึงทำให้การแต่งบ้านสไตล์นี้สามารถนำไปปรับประยุกต์ใช้ในแต่ละยุคสมัยได้อย่างหลากหลาย และสามารถนำมาใช้ตกแต่งบ้านให้สวยงามน่าอยู่ได้อย่างร่วมสมัยโดยไม่ทำให้รู้สึกเชยเกินไป  สถาปนิก

วัตถุประสงค์สภาสถาปนิก ลักษณะทั่วไปของอาชีพและขั้นตอนการทำงาน

วัตถุประสงค์สภาสถาปนิก
วัตถุประสงค์สภาสถาปนิก

วัตถุประสงค์สภาสถาปนิก ลักษณะทั่วไปของอาชีพและขั้นตอนการทำงาน การออกแบบอาคารประเภทต่างๆให้เป็นในลักษณะของการประหยัดและงดงาม

  1. ส่งเสริมการศึกษา การวิจัยและการประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรม
  2. ส่งเสริมความสามัคคีีและไกล่เกลี่ยข้อพิพาทของสมาชิก
  3. ส่งเสริมสวัสดิภาพและผดุงเกียรติของสมาชิก
  4. ควบคุมความประพฤติ และดำเนินงานของประกอบวิชาชีพฯ ให้ถูกต้องตามมาตรฐานและจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสถาปัตยกรรม
  5. ช่วยเหลือ แนะนำ เผยแพร่ และให้บริการทางงานวิชาการต่างๆ แก่ประชาชน แบะองค์การอื่นที่เกี่ยวกับวิทยาการและเทคโนโลยีทางสถาปัตยกรรม
  6. ให้คำปรึกษาหรือข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลเกี่ยวกับนโยบาย และปัญหาด้านสถาปัตยกรรม รวมทั้งด้านเทคโนโลยี
  7. เป็นตัวแทนของประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมของประเทศไทย
  8. ดำเนินการอื่นตามที่กำหนดในกฏกระทรวง

อาชีพสถาปนิก
ลักษณะทั่วไปของอาชีพสถาปนิกคืออาชีพการออกแบบอาคารประเภทต่างๆให้เป็นในลักษณะของการประหยัดและงดงาม
ในธรรมนองเดียวกันต้องมุ่งให้ตรงตามเป้าหมายของผู้ช้อาคารนั้นๆทั้งในทางศิลปะและเทคนิคนำมารวมกัน
ประกอบกับต้องมีความเข้าใจในมาตรฐานความเป็นอยู่และความต้องการของบุคคลในระดับต่างๆของสังคม
รวมทั้งระดับมาตรฐานทางเศรษฐกิจของชาติด้วย
งานวิชาชีพทางสถาปัตยกรรมเป็นลักษณะการบริการเป็นส่วนใหญ่
ทั้งการบริการลูกค้าเป็นรายๆและการบริการแก่สังคมโดยรวมการออกแบบสิ่งต่างๆออกมา
สถาปนิกจะต้องคำนึงถึงความพอใจของผู้อื่นเสมอ
ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบอาคารบ้านเรือนข้าวของเครื่องใช้ก็เพื่อให้คนอื่นได้ใช้อย่างมีความพึงพอใจมีความสะ
ดวกสบายและให้เกิดความสวยงามแก่สังคม

ขั้นตอนการทำงาน
1. บันทึกรายละเอียดความต้องการของลูกค้าเพื่อออกแบบให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า
2.ออกแบบคำนวณแบบ
3.คำนวณรายการใช้จ่ายให้เหมาะสมกับเนื้อหางาน
4. เตรียมแบบและส่งแบบที่ว่าโดยช่างเขียนแบบให้ลูกค้าพิจารณา
5. เมื่อแก้ไขดัดแปลงให้สมบูรณ์แล้วจึงส่งแบบให้วิศวกรทำการก่อสร้าง
6. ออกปฏิบัติงานร่วมกับวิศวกรระหว่างการก่อสร้างเพื่อให้ใช้วัสดุตามแบบที่วางไว้ในเงื่อนไขสัญญา
7. ให้คำปรึกษาแก่วิศวกรและแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการก่อสร้างและคำนวณของวิศวกร
8. วางแผนและควบคุม

คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพ
1. มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์มีจินตนาการในการออกแบบ
และมีความสามารถในการวาดภาพเพื่อสื่อความคิดในใจออกมาเป็นรูปธรรมได้พอสมควร
2.มีความสามารถในการประยุกต์ที่ดีนำเอาเรื่องของศิลปะวัฒนธรรม
วิทยาการและเทคโนโลยีมาผสมผสานกันอย่างสอดคล้องได้
3.มีความละเอียดรอบคอบช่างสังเกตและประณีต
4.มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีในการติดต่อผสานงาน
5.มีความสนใจในเรื่องการประดิษฐ์ตกแต่งและออกแบบ
6.มีความละเอียดอ่อนพอที่จะเข้าใจความต้องการของคนอื่นโดยเฉพาะเจ้าของงาน
7.มีความเข้าใจและลึกซึ้งในคุณค่าของศิลปะ
วัฒนธรรมเพราะศิลปะที่อยู่ในเทคนิควิทยาการสร้างงานประเภทนี้เป็นการสะท้อนออกของเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมด้วย สถาปนิก

หน้าที่ของสถาปนิก หลายคนที่คิดจะสร้างบ้าน ก็พอจะรู้บ้างว่าจะต้องเขียนแบบบ้าน

หน้าที่ของสถาปนิก
หน้าที่ของสถาปนิก

หน้าที่ของสถาปนิก

หลายคนที่คิดจะสร้างบ้าน ก็พอจะรู้บ้างว่าจะต้องเขียนแบบบ้านเพื่อยื่นขออนุญาตกับเขตหรืออบต. จึงจะสร้างบ้านได้ ความสำคัญของแบบไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงเท่านั้น การเขียนแบบและการออกแบบเป็นเรื่องเดียวกัน ต้องอาศัยบุคคล 2 คน คือ สถาปนิก กับ วิศวกรโครงสร้าง เป็นผู้ออกแบบ สำหรับอาคารขนาดใหญ่ มี วิศวกรไฟฟ้า, วิศวกรเครื่องกล, มัฑนากร, ภูมิสถาปนิก ร่วมออกแบบอยู่ด้วย โดยมีสถาปนิกเป็นหัวหน้าผู้ออกแบบ  แบ่งงานกันทำตามวิชาชีพ มีหลายคนไม่รู้จักสถาปนิก เอ่ยถึงวิศวกรร้อง อ๋อ! และให้ความสำคัญกับวิศวกรมากกว่าสถาปนิกในทุกเรื่อง ความจริงหน้าที่ของวิศวกรโยธามีหน้าที่ออกแบบโครงสร้างของอาคารให้มีความมั่นคงแข็งแรง และเป็นที่ปรึกษาในช่วงของงานก่อสร้าง ซึ่งถือเป็นช่วงสำคัญช่วงหนึ่งของงานทั้งหมด ส่วนความสำคัญของสถาปนิกนั้นคนส่วนใหญ่ที่รู้จักสถาปนิกมักมองว่าเกี่ยวกับเรื่องสวยๆงามๆ อันที่จริงความสวยงามทางสถาปัตยกรรมนั้นเป็นเพียงเปลือกนอกของความสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสถาปนิกเท่านั้น ส่วนการจะอธิบายให้บุคคลที่ไม่ใช้สถาปนิกเข้าใจถึงเนื้อแท้ของความสำคัญนั้นค่อยข้างยาก วิศวกรบางคนก็เข้าใจเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไปมองความสำคัญของสถาปนิกไม่ออกเหมือนกัน

ขอบเขตของงานพอสรุปเป็นหลักใหญ่ๆดังนี้
1. การจัดการวางเค้าโครงการ และออกแบบร่างขั้นต้น
1.1.   แบบร่างผังบริเวณ
1.2.   แบบร่างตัวอาคาร
2. การออกแบบร่างขั้นสุดท้าย
2.1.   ผังบริเวณ
2.2.   แบบร่างตัวอาคารแสดงผัง รูปด้าน รูปตัด ที่ได้รับการพัฒนาแล้ว
2.3.   รายละเอียดวัสดุและอุปกรณ์ที่จะใช้ในโครงการโดยสังเขป
2.4.   ประมาณราคาก่อสร้างตามขั้นตอนนี้
3. การทำรายละเอียดก่อสร้าง
3.1.   แบบแสดงผัง ถนนและระบบสาธารณูปโภคภายนอกอาคาร
3.2.   แบบผังทุกชั้น
3.3.   แบบแสดงรูปด้าน 4 ด้าน
3.4.   แบบแสดงรูปตัด 2 รูป
3.5.   รายละเอียดประกอบแบบ
3.6.   แบบวิศวกรรมโครงสร้าง
3.7.   แบบวิศวกรรมระบบไฟฟ้า, ระบบสุขาภิบาล, ระบบปรับอากาศและระบายอากาศ (การออกแบบที่ดีจะต้องออกแบบระบบระบายอากาศด้วย)
3.8.   ประมาณราคาค่าก่อสร้าง
4. การประกวดราคา
4.1.   จัดทำงบประมาณราคากลาง
4.2.   จัดเตรียมเอกสารประกอบการประกวดราคา
4.3.   พิจารณาตรวจสอบใบเสนอราคาของผู้รับจ้างก่อสร้าง
4.4.   ให้คำแนะนำในการคัดเลือกผู้รับจ้างก่อสร้าง
4.5.   จัดเตรียมเอกสารสัญญา
5. การก่อสร้าง
5.1.   ตรวจสอบการก่อสร้างของผู้รับจ้างก่อสร้างเป็นครั้งคราว
5.2.   ให้คำแนะนำแก่ผู้รับจ้างก่อสร้าง
5.3.   ให้รายละเอียดเพิ่มเติมตามความจำเป็น
5.4.   ตรวจและอนุมัติแบบใช้งาน (Shop drawing) และวัสดุอุปกรณ์ตัวอย่างที่ผู้รับจ้างก่อสร้างนำเสนอ
6. การส่งมอบเอกสาร สถาปนิกจะส่งมอบแบบพิมพ์เขียว และ เอกสารประกอบแบบ จำนวน 10 ชุด
6.1.   สำหรับยื่นขออนุญาต 5 ชุด
6.2.   สำหรับเจ้าของอาคาร 1 ชุด
6.3.   สำหรับให้ผู้รับเหมาใช้คิดราคา และ อื่นๆ 4 ชุด

อ้างอิงจากเอกสารรวบรวมสัญญาเกี่ยวกับงานก่อสร้าง : สมาคมสถาปนิกสยาม

ขอบเขตข้างต้นอิงตามสัญญาว่าจ้างออกแบบที่นิยมใช้กัน เพื่อง่ายต่อการเริ่มต้นและสิ้นสุดการทำงานร่วมกันระหว่างสถาปนิกกับเจ้าของอาคาร หากมีใครมาอธิบายมากมายไปกว่านี้ก็ไม่ผิดอะไร เพราะส่วนใหญ่เป็นรายละเอียดของ 5 ข้อดังกล่าว สถาปนิก

An idol in the heart of a person who exemplifies the inspiration.

An idol
An idol

An idol in the heart of a person who exemplifies the inspiration.Daniel Liebers Keane Polish-American architect who thinks that “Architecture is a Language” is “Architecture is the language of connecting the people of this world”. Leberskean’s work is therefore to create a place where stories can be told. More than just building a building, such as the Jewish Museum Building, the award-winning work of Lebersekeind’s Jewish Museum. It was built as a museum to tell the story of the loss and the history of more than 2 thousand years of the Jews in Germany. And so impressive that it became one of Berlin’s most famous architecture.

Liebers Keand built the museum building with a zigzag shape. The external surface is a zinc metal. Looking at the building’s enclosures and openings, it is like a beating wound. Like the painful scars of the Jews There is only one entrance and one has to go underground. Inside, the building is filled with narrow, tall and empty corridors, the highlight of which is the Holocaust Tower, a narrow, triangular room with a single light. To media and simulate the Holocaust event that the Jews died in the war.  สถาปนิก

Inter course architecture branch Where are they? Considered as another

Inter
Inter

Inter course architecture branch Where are they? Considered as another interesting alternative Anyone looking for a future, further study and open job? Considered to be another interesting option for children Anyone looking for a future, further study and open job? Because of studying international courses, especially in this field Will help improve English language skills And allow children to They are able to meet in a diverse, international and diverse learning environment that will benefit future work.

For anyone who wants to study architecture That take international courses In this article, we have a list of public and private universities that offer such courses for you. To be used to choose the entrance examination as follows

Chiang Mai University

www.arc.cmu.ac.th

Faculty of Architecture Bachelor of Science (MSc) Program in Integrated Design, New Architecture, 4-year course

King Mongkut’s University Thonburi

www.arch.kmutt.ac.th

Faculty of Architecture of this University It has been taught since 1991 as an international program for the entire faculty, there are 4 courses as follows

• 5-year course architecture

Interior architecture 5 years course

• Industrial Design 4-year curriculum

• Art Supervision Design, a 4-year program

Chulalongkorn University

www.cuinda.com

For international courses Has opened the first class in 2006 (2006) with the following courses

• INDA Architecture, studying for 4 years, the qualification is B.Sc. (Bachelor of Science)

• Visual Communication Design COMMDE, studying for 4 years, the qualification is B.Sc. (Bachelor of Fine Arts)

Thammasat University

www.tds.tu.ac.th

There are 2 interesting courses which focus on management:

– Urban Design and Development (International Program) 5-year course

– Design, Business & Technology Management (English program) Course 3.5 years

To study the architecture of the international, how do you prepare for it?

1. Prepare the results of the English language exam.

2. Prepare mathematics exam results There is only one Chula that is used

3. Prepare design and drawing abilities. This is the CU-TAD exam. If you are going to enter CU And specialized design capabilities

4. Prepare a portfolio (Portfolio), recommend that you start selecting PORT about 4-6 months before the actual submission. Since the workmanship has been fully developed (since the 2nd semester, the end of the second semester must start collecting the results. But if you have a good old job that gets an award, you can get it in the file.)

5. Prepare the Conversation Skills and Wits you need. Because used in interviews

For students who are studying Thai school, EP course, or normal course, that’s what you need to study. The first thing is English, both grammar and speaking. Not to worry because the children are studying every day, so many schools need to take the SAT IELTS TOEFL exam.  สถาปนิก

Who is an architect? For what reason, you should hire a draftsman

Who
Who

Who is an architect? For that reason, you should hire a house draftsman as well. Many of your friends choose to design the house for themselves.

Who is an architect? For what reason, you should hire a house draftsman as well.

Many of my friends choose to design and decorate their home by themselves.

Want to save the cost of living Do not want to want to chaos in the

Working with a draftsman and thinking that all the designs by myself

It will give rise to full pride when receiving the admiration of the elite.

Visit home, but if it is really like that, why do some people choose to say

Hire a designer to decorate your home, why not decorate your home?

The architect or decorator himself is a talented person who is the right person in the job.

Design in decoration and ultimately in construction unless the designer is the one.

It is also designed as a middle ground between the homeowner and the home worker.

The designers will design the house as well as the must. Pay for the layout, even for him.

Nonetheless, my friends try to think by looking at it. The house is a place to stay.

After working tiring No less than a number of people will have a house behind.

It took many years to get home, so it should be where you live.

Enjoyable is the place where we can meet the needs of our people.

Many people think that the design itself will answer the problem.

As to the matter of design, design is not just about satisfaction, but

A matter of bringing feelings to translate values ​​into a concrete order or called

Bananas bring the imaginations created in the thoughts into real shapes in

Our home, and more importantly, I waited for a country from

Beauty and there is also a matter of labor function as well, however, if

Homeowner born Without knowledge The topic of design will design the house as well.

Beauty in the style you want and complete all functions would be difficult. สถาปนิก

ข้อดีที่ได้จากเรียนสถาปัตย์ ให้คุณเป็นมากกว่า สถาปนิก อาชีพในการออกแบบ

ข้อดีที่ได้จากเรียนสถาปัตย์
ข้อดีที่ได้จากเรียนสถาปัตย์

ข้อดีที่ได้จากเรียนสถาปัตย์ หลายๆคนที่มองเข้ามา อาจจะเข้าใจว่าพื้นฐานเลยคนจบสถาปัตย์มา จะ..เป็นช่างเขียนแบบ นักออกแบบที่เขียนแปลน รูปด้านบ้าน ออกแบบอาคาร คนที่เดินตรวจงานที่ไซท์ก่อสร้าง แต่นอกจากความสามารถนั้นแล้ว มีอะไรติดไม้ติดมือ ติดมากับตัวอีก

กลไกและระบบการเรียนการสอน ในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มีวัฒนธรรมและรูปแบบที่แตกต่างเฉพาะตัว

ซึ่งโดยกระบวนทั้งหมด มันช่วยขัดเกลาคุณลักษณะ

ผ่านกระบวนการออกแบบ และแก้ปัญหา ที่ผ่านมาจาก โรงเรียนสถาปัตย์ พร้อมโอกาสในการฝึกงานที่แต่ละคนได้รับแตกต่างกัน

แต่เมื่อได้มาแล้ว บางคนก็รู้ตัว บางคนก็ไม่รู้ตัว ถ้าจะให้ได้ประโยชน์ และพัฒนาได้อย่างแท้จริง เราก็ต้องออกไป Master และ พัฒนามันต่อระหว่างทำงาน ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรม อีกด้วย

1. สอนให้เป็นนักวางแผน จัดการเวลา Time Manager / planner

2.สอนให้เป็นคนมองโลกในแง่ดี นักเรียนรู้โอกาส และ นักพัฒนา

3. สอนให้เป็นนักแก้ปัญหา Problem-Solver

4. สอนให้มีความคิดสร้างสรรค์ สอนให้เป็นนักคิด Creative Thinker

5. นักปฏิบัติ Executioner

6. สอนให้เก็บแรงบันดาลใจจากสิ่งรอบกาย Inspiration collector

7. นักเล่า Storyteller สถาปนิก