‘ฟอลส์ไนน์’ ทีมเวิร์ค’และ’ควอดรูเพิลแชมป์’

ช่องว่าง 14 คะแนน
ช่องว่าง 14 คะแนน กับโปรแกรมแข่งขันที่เหลือ 10 เกมสุดท้าย แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีทีมใดพรากโทรฟี่พรีเมียร์ลีกไปจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ความพ่ายแพ้ในเกมแมนเชสเตอร์ดาร์บี้เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว เป็นเพียงแค่การหยุดสถิติชนะรวดในพรีเมียร์ลีกเอาไว้ที่ 15 เกม และไม่แพ้ใคร 19 เกมติดต่อกัน แต่ไม่ได้ส่งผลอะไรต่อการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้

เพราะต่อให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พลาดอีกถึง 3-4 เกมในช่วงที่เหลือ แต่คิดเหรอว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือ เลสเตอร์ ซิตี้ จะชนะรวดใน 10 เกมสุดท้าย
ถือเป็นฤดูกาลที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ต้องเหนื่อยและปวดหัวกับการเตรียมความพร้อมของทีมมากกว่าฤดูกาลอื่นๆ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอาการบาดเจ็บ ไม่ฟิตสมบูรณ์ และยังมีเรื่องผลบวกโควิด-19 ที่กระทบทีมในช่วงเวลาหนึ่งด้วย
‘ฟอลส์ไนน์’ จึงถูกนำมาใช้แทบทุกเกมในฤดูกาลนี้ แทนที่จะส่งผลกระทบกับทีมของ เป๊ป บ้างไม่มากก็น้อย แต่กลับกลายเป็นว่า ทุกอย่างดูราบรื่นดี และการไม่มีศูนย์หน้าแท้ๆ อยู่ในสนาม ก็ส่งผลให้การยิงประตูถูกกระจายออกไปในแต่ละตำแหน่ง โดยเฉพาะตัวรุกริมเส้นและกองกลาง
ช่องว่าง 14 คะแนน
อิลคาย กุนโดอาน กองกลางที่มีอิสระในการสอดขึ้นไปเล่นเกมรุกตามแนวทางของ เป๊ป คือผู้นำดาวซัลโวของทีมเวลานี้ที่จำนวน 14 ประตูรวมทุกรายการ แยกเป็น 12 ประตูในพรีเมียร์ลีก และ 2 ประตูในแชมเปี้ยนส์ลีก
ตามด้วย ราฮีม สเตอร์ลิง ปีกที่โดนวิจารณ์เยอะแทบทุกซีซั่น กับการใช้โอกาสสิ้นเปลือง แม้ฤดูกาลนี้ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน แต่ก็ทำไปแล้ว 13 ประตู เป็นในพรีเมียร์ลีก 9 ประตู, เอฟเอคัพ 1 ประตู, คาราบาวคัพ 2 ประตู, แชมเปี้ยนส์ลีก 1 ประตู
อันดับสามมีสองคน ฟิล โฟเด้น ยิงไปแล้ว 11 ประตู กับการรับบทบาทในแนวรุกมากขึ้นในฤดูกาลนี้ อีกคนถึงเป็นศูนย์หน้า กาเบรียล เชซุส ที่ซีซั่นนี้ก็ยังพิสูจน์ตัวเองให้กลายเป็นตัวหลักไม่ได้ ทั้งที่โอกาสมาแล้ว
61 ประตูจาก 29 เกม ยิงมากที่สุดในบรรดา 20 ทีมพรีเมียร์ลีก ถูกกระจายออกไปเป็นของนักเตะมากถึง 15 คน แสดงให้เห็นถึงการเล่นเป็นทีม ยึดระบบของ เป๊ป เป็นหลักมากกว่าที่จะมีซูเปอร์สตาร์คนใดคนหนึ่งแบกทีมเอาไว้
จะได้เห็นจากฟอร์มการเล่นโดดเด่นที่สลับกันมาไม่ซ้ำหน้าในแต่ละเดือน เริ่มตั้งแต่ เควิน เดอ บรอยน์ เดือนกันยายน, ไคล์ วอล์คเกอร์ เดือนตุลาคม, รูเบน ดิอาส เดือนพฤศจิกายน, จอห์น สโตนส์ เดือนธันวาคม, อิลคาย กุนโดอาน เดือนมกราคม และ ริยาด มาห์เรซ เดือนกุมภาพันธ์ เจ้าของรางวัล เอติฮัด เพลเยอร์ ออฟ เดอะ มันธ์ ของสโมสรในแต่ละเดือน
ที่สำคัญ นอกเหนือจากว่าที่แชมป์พรีเมียร์ลีกแล้ว ซีซั่นนี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังคงอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์ทั้ง 4 รายการ คาราบาวคัพ รอชิงชนะเลิศกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ วันที่ 25 เมษายน, เอฟเอคัพ รอเล่นรอบ 8 ทีมสุดท้ายเยือน เอฟเวอร์ตัน วันที่ 20 มีนาคม และแชมเปี้ยนส์ลีก ที่น่าจะผ่านรอบ 16 ทีมสุดท้ายได้ไม่ยาก หลังจากบุกชนะ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค มาก่อนในเกมแรก 2-0
อย่างน้อย เป๊ป ก็แสดงให้เห็นว่าในฤดูกาลนี้ การขาดตัวหลักไปสักกี่คนก็ไม่สามารถทำอะไร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ เพราะนักเตะทุกคนสามารถสลับเล่นตำแหน่งใดก็ได้เท่าที่เจ้านายต้องการ แทงบอลออนไลน์

คุยยังไงให้รู้เรื่องกับ 5 วิธีเตรียมตัว ก่อนจ้างสถาปนิกให้ออกแบบบ้าน

คุยยังไงให้รู้เรื่องกับ
คุยยังไงให้รู้เรื่องกับ

คุยยังไงให้รู้เรื่องกับ 5 วิธีเตรียมตัว ก่อนจ้างสถาปนิกให้ออกแบบบ้าน หลายๆ คนที่กำลังมองหาสถาปนิกเพื่อมาช่วยออกแบบบ้านให้  ก็อาจจะมีข้อสงสัยว่าเราจะต้องคุยกันแบบไหน เพื่อให้สถาปนิกที่ทำงานด้วยเข้าใจสิ่งที่เราต้องการ ทั้งด้านการออกแบบบ้านให้เป็นไปตามที่เราฝันไว้ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต และที่สำคัญคืออยู่ในงบประมาณที่เราตั้งเอาไว้ด้วย วันนี้เรามี 5 วิธีง่ายๆ ในการเตรียมตัวที่จะทำให้เพื่อนๆ คุยกับสถาปนิกรู้เรื่องกัน

เมื่อเราซื้อบ้านหรือคอนโดหรืออสังหาฯ เป็นของตัวเองแล้ว ก็ต้องการที่จะตกแต่งให้สวยงามตามที่เราต้องการใช่มั๊ยครับ ทีนี้เราก็ต้องจ้างสถาปนิก เพื่อให้เขาออกแบบให้เรา เราก็จะเห็นภาพรวมของบ้านเราทั้งหมด แต่กว่าจะหาสถาปนิกได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แถมระยะเวลาในการตกแต่งบ้านก็กินเวลาไปหลายเดือน ดังนั้นถ้าเราจะเลือกสถาปนิกที่เข้าใจไลฟ์สไตล์ของเรา คุยง่าย สามารถปรับเปลี่ยนหรือครีเอทบ้านของเราได้ดี ก็จะทำให้เราแฮปปี้ตั้งแต่เริ่มงาน ไม่ต้องมานั่งปวดหัวแก้ปัญหาต่างๆ ให้เสียเวลา โดยวันนี้เราแบ่งอออกเป็น 5 วิธีในการเตรียมตัวก่อนจะจ้างสถาปนิกให้ออกแบบบ้าน จะมีอะไรบ้างไปดูกันค้าบบบ

1. เลือกสถาปนิกผู้ออกแบบ

2. เตรียมบรีฟให้ผู้ออกแบบ

3. เตรียมงบประมาณและค่าใช้จ่ายต่างๆ

4. ตกลงเรื่องระยะเวลาการทำงาน

5. สร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน รับออกแบบบ้าน

Toy Story 4 : ซึมน้อยหน่อย เรื่องราวการผจญภัยครั้งใหม่ของ วู้ดดี้

Toy Story 4
Toy Story 4

Toy Story 4 : ซึมน้อยหน่อย เรื่องราวการผจญภัยครั้งใหม่ของ วู้ดดี้ ที่เริ่มต้นชีวิตในบ้านของเจ้าของคนใหม่ บอนนี่ ซึ่งเธอได้ใช้ช้อนกึ่งส้อม

ประดิษฐ์ออกมาเป็นของเล่นใหม่ที่ตั้งชื่อว่า ฟอร์คกี้ แต่เจ้าฟอร์คกี้ รู้ว่าแท้จริงเขาไม่ใช่ของเล่นแต่เป็นขยะ จึงอยากกลับไปสู่ชีวิตที่แท้จริง เดือดร้อนถึงวู้ดดี้ต้องตามกลับมา กลายเป็นการผจญภัยของเหล่าของเล่นครั้งใหม่ รวมถึงการกลับมาของ โบ ของเล่นหวานใจของวู้ดดี้ที่เธอกลับมาในมาดใหม่เป็นสาวสุดแกร่งด้วย

การกลับมาครั้งที่ 4 ของแก๊งของเล่น หลังจากผ่านไปเกือบครบ 10 ปี จนนึกว่าจะจบลงในภาคที่แล้วตามแบบฉบับหนังไตรภาคเสียอีก แต่แล้วพิกซาร์ก็มีไอเดียคืนชีพเหล่าตัวละครแสนรักกลับมาหาแฟน ๆ ของพวกเขาอีกครั้ง พร้อมกับประกาศว่านี่จะเป็นภาคส่งท้ายของแฟรนไชส์นี้แล้ว (จริงมั้ยไม่รู้) โดยรอบนี้ได้ผู้กำกับหน้าใหม่แต่ไม่ละอ่อนอย่าง จอช คูลีย์ ที่เคยเขียนให้หนังรางวัลน้ำดีอย่าง Inside Out (2015) มาก่อน และยังได้ลองมือกำกับหนังสั้นภาคย่อยอย่าง Riley’s First Date? (2015) ด้วย จนตอนนี้คงอิ่มพร้อมทั้งฝีมือการเล่าเรื่องและบารมีที่จะก้าวขึ้นมารับไม้ต่อจากผู้กำกับภาคแรกและ 2 อย่าง จอห์น แลสเซตเตอร์ ที่ต้องถอนตัวไปอย่างน่าเสียดาย เนื่องจากภาระหน้าที่ในงานบริหารค่าย

จริง ๆ นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่Toy Story ได้ออกจากอ้อมอกของแลสเซตเตอร์ เพราะในภาคที่ 3 เมื่อปี 2010 ก็ถ่ายมือมาสู่ ลี อุนคริช ผู้กำกับที่เคยร่วมกำกับกับแลสเซตเตอร์ในภาคที่ 2 ทั้งยังสร้างบารมีด้วยการกำกับร่วมในหนังอย่าง Monsters, Inc. (2001) และ Finding Nemo (2003) มาก่อน ทั้งในภาค 3 ตัวแลสเซตเตอร์ยังช่วยดูบทหนังให้อยู่ด้วย เมื่อเทียบกันงานภาค 4 ของคูลีย์จึงเป็นงานที่ยากและท้าทายกว่า ตรงที่ไม่มีพ่อผู้ให้กำเนิดดูแลเกี่ยวข้องอีกต่อไป แต่อย่างไรก็ตามแฟน ๆ ไม่ต้องตกใจไปว่าจะเป็นหนัง Toy Story 4 ที่เราไม่รู้จัก เพราะตัวหนังยังคงได้ แอนดรูว์ สแตนตัน ที่ร่วมเขียนบทตั้งแต่ภาคแรกมาช่วยเขียนบทให้เช่นเคย ทั้งยังได้ผู้เกี่ยวข้องกับหนังชุดนี้เข้ามาช่วยกันหลายต่อหลายคนทีเดียว แม้จะมีข่าวไม่สู้ดีว่าหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ 4 ของพิกซาร์ที่มีการเปลี่ยนทั้งผู้กำกับและมีการเขียนบทใหม่ ซึ่งไอ้ 3 เรื่องก่อนหน้า ก็แป้กไปเสีย 2 เรื่องแล้วด้วย (ฺBrave กับ The Good Dinosaur)

สำหรับเนื้อเรื่อง ส่วนตัวมองว่าเป็นข้อด้อยสักหน่อย ตรงที่มีการประกาศว่าจะเป็นภาคสุดท้ายของแฟรนไชส์ชุดนี้แล้ว นั่นก็เพราะความประทับใจในภาคที่ 3 ที่ตอนนั้นเราเข้าใจว่าจะเป็นบทสรุปอันสุดยอดของเหล่าของเล่นเพื่อนซี้ ได้สร้างบรรทัดฐานสูงล้นขึ้นมาในใจเราแล้ว เชื่อว่าหลายคนคงน้ำตาแตกตายกันกลางโรงกับการจากลากับแอนดี้เพื่อนรักที่อยู่ด้วยกันมา 3 ภาคกินระยะเวลาเป็นสิบ ๆ ปีไปไม่ใช่น้อย และเมื่อบอกว่านั่นยังไม่ใช่จุดพีค แต่นี่คือตอนจบจริง ๆ เราคงคาดหวังอะไรที่กระแทกกระทั้นใจยิ่งกว่านั้นเข้าไปอีก ดูหนังออนไลน์

6 หนัง-ซีรีส์ ผลงานของ หวังต้าลู่ หนุ่มหล่อสุดฮอตจากแดนมังกร

แอนเน็ตต์

อดัม ไดรเวอร์ เป็นดาวตลกเดี่ยว microphone ผู้รุ่มร้อน ส่วน มาริยง โกตียาร์ Example แรกของหนังเพลง แอนเน็ตต์
นำแสดงโดยนักแสดงมากฝีมือทั้ง 2 คนเป็นนักร้อง Opera ชื่อก้องโลก ทั้งคู่ตกหลุมรักกันและนำไปสู่การมีลูกน้อยคนแรกด้วยกัน
ลูกน้อยที่พวกเขาตั้งชื่อว่า แอนเน็ตต์ ที่มีชื่อเดียวกับหนัง และแน่นอนว่าเธอจะต้องมีอนาคตที่พิเศษไม่เหมือนใคร ตามที่ example แรกของหนังเผยออกมา

จากที่เห็นในตัวอย่างหนัง เนื้อเรื่องน่าจะพูดถึง Celebrity life ที่อยู่ภายใต้การจับจ้องของคนทั้งโลกและสื่อมวลชนทั่วไป แต่สิ่งที่พิเศษก็คือการเล่าในลักษณะของ Music movie ที่มาจากการกำกับของผู้กำกับหนังศิลปะที่ได้รับการ Praise อย่าง Leo Garax จากหนังเมืองคานส์ วันพิลึกของนายพิลั่น หนังได้รับเลือกให้เป็นหนังเปิด season ภาพยนตร์ Cannes ปีนี้ด้วยครับ ที่จะจัดกันในเดือนกรกฎาคม

หนังจะใช้เพลงที่ Recast ของพี่น้องนักดนตรี รอน กับ รัสเซล มาเอล หรือสมาชิกผู้ก่อตั้งวงป๊อปนิวเวฟ “Sparks” และยังมีไซมอน เฮลเบิร์ก จาก เดอะบิกแบงทีออรี ร่วมรับบทในตัวละครชื่อ Conduct ยังไม่มีการ Report ว่าค่ายไหนในบ้านเราจะได้จัดจำหน่ายเรื่องนี้ ufabet

 

เอสเธอร์ ประกาศปิดคาเฟ่ ทำความสะอาดฆ่าเชื้อ พบลูกค้าติดโควิด เข้าใช้บริการ

เอสเธอร์
เอสเธอร์

เอสเธอร์ ประกาศปิดคาเฟ่ ทำความสะอาดฆ่าเชื้อ พบลูกค้าติดโควิด เข้าใช้บริการ
หลายต่อหลายร้านต่างได้รับผลกระทบต้องปิดทำการกันไป

ในช่วงโควิด-19 แบบนี้ส่งผลกระทบไปทั่วทุกหย่อมหญ้า ทั้งประชาชนคนธรรมดา
ไปถึงเจ้าของธุรกิจ ร้านค้า หลายต่อหลายร้านต่างได้รับผลกระทบต้องปิดทำการกันไป

หนึ่งในนั้น คือ คาเฟ่ของนางเอกสาว เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา และหวานใจหนุ่ม เคน ภูภูมิ
ที่ล่าสุดต้องออกมาประกาศปิดร้านชั่วคราว เนื่องจากพบว่าลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการที่ร้านติดเชื้อโควิด-19

โดยล่าสุด เอสเธอร์ ได้แจ้งผ่านอินสตาแกรมว่า “เนื่องจากทางร้านเพิ่งได้รับคอนเฟิร์มว่ามีลูกค้าที่มาให้บริการที่ร้าน
เมื่อวันพุธ ที่ 21 เมษายน 2564 ตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19

K+E CAFE จึงมีมาตรการปิดร้านชั่วคราวเพื่อทำความสะอาดใหญ่ภายในร้าน
รวมทั้งฉีดพ้นยาฆ่าเชื้อไวรัสโดยบริษัทที่ได้มาตรฐาน และทำการปิดให้บริการชั่วคราว จะอัปเดตสถานะอีกครั้ง @KENESTHERCAFE” ufa

นิว นภัสสร เล่าโมเมนต์ชวนยิ้ม ประสบการณ์เป็นแม่ค้า ที่ได้มากกว่าส่งอาหาร

นิว นภัสสร
นิว นภัสสร

นิว นภัสสร เล่าโมเมนต์ชวนยิ้ม ประสบการณ์เป็นแม่ค้า ที่ได้มากกว่าส่งอาหาร เจอกับพี่ไรเดอร์ที่เป็นแฟนเพลงเข้าให้

มีโมเมนต์มาให้แฟนๆ ยิ้มไปตามๆ กัน สำหรับนักร้องสาว นิว นภัสสร ที่ล่าสุดได้ไปเจอเรื่องน่ารักๆ
ระหว่างที่ตนเองทำหน้าที่เป็นแม่ค้าส่งอาหารให้ลูกค้าและไปเจอกับพี่ไรเดอร์ที่เป็นแฟนเพลงเข้าให้ จึงเกิดเป็นโมเมนต์น่ารักขึ้นมา

โดยล่าสุด นิว ได้โพสต์ภาพตัวเองกับ ไรเดอร์ท่านหนึ่ง ลงในอินสตาแกรม พร้อมกับเล่าว่า

“ขอเล่าประสบการณ์ จากการเป็นแม่ค้าส่ง boxset มื้อกลางวัน จาก @brandnewfieldgood (กทม.)ในวันนี้..

มันได้มากกกว่าการส่งอาหารให้ลูกค้าจริงๆ เวลา 11:30 นัดส่งข้าวกล่อง (ปิ่นโตบ้านนา) มีพี่ Grab คนนึงมารับอาหาร
สบตากันแล้วเค้าทักว่า

“นี่ใช่นักร้องหรือเปล่าครับเนี่ยะ?”
ไอ้เราก็บ่ายเบี่ยงไม่เปน ตอบไปว่า
”อ้อ ใช่ค่ะ”

พี่เค้าก็พูดขึ้นมาอีกว่า
“ คุณนิว ใช่ไหมครับ ?? ผมไม่มีปากกา “
พูดจบก็เดินห่างจากนิวไป
พร้อมกับหันหลังไปฉีดสเปรย์แอลกอฮอล์เกือบทั้งตัว แล้วเดินกลับมา

“ เซ็นต์เสื้อให้ผมหน่อยครับ!! “

นิวรีบหาปากกาในกระเป๋า
มีแค่ปากกาลูกลื่นเส้นบางๆ
พี่เค้าก็บอกว่า
“แค่นั้นก็ได้ครับ เซ็นต์ตรงเสื้อเลย
เดี๋ยวผมเอาไปให้แฟนดู”

น่ารักจัง ทำไมเห็นแค่ตา
กับได้ยินแค่เสียง ก็จำนิวได้ด้วย

ประสบการณ์จากการเป็นแม่ค้าในวันนี้
ได้มากกกว่าการส่งอาหารให้ลูกค้าจริงๆ
ดีต่อใจนิวด้วย 🙂

เปิดจองรอบวันศุกร์แล้วนะ สั่งได้ค่ะ:)

เป็นกำลังใจให้ทุกอาขีพค่ะ”

งานนี้แฟนๆ แห่เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเพียบ น่ารักทั้งนิว และ พี่ไรเดอร์เลยทีเดียว ufabet

ภาพยนต์เรื่องThe Lord of the Rings

มหาสงครามชิงพิภพ

มหาสงครามชิงพิภพ

มหาสงครามชิงพิภพ (อังกฤษ: The Lord of the Rings: The Return of the King) เป็นภาพยนตร์แนวมหากาพย์แฟนตาซีผจญภัย ฉายเมื่อปี ค.ศ. 2003 กำกับโดย ปีเตอร์ แจ็กสัน ดัดแปลงจากนวนิยายเล่มที่สามของ เดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ ของ เจ. อาร์. อาร์. โทลคีน เป็นภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายใน เดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ ไตรภาค อำนวยการสร้างโดย แบร์รี เอ็ม. ออสบอร์น, แจ็กสันและฟราน วอลช์เขียนบทโดย วอลช์, ฟิลิปปา โบเยนส์และแจ็กสัน ภาพยนตร์ประกอบด้วยนักแสดงนำจำนวนมาก ได้แก่ เอไลจาห์ วูด, เอียน แม็กเคลเลน, ลิฟ ไทเลอร์, วิกโก มอร์เทนเซน, ฌอน แอสติน, เคต แบลนเชตต์, จอห์น ริส-เดวีส์, เบอร์นาร์ด ฮิลล์, บิลลี บอยด์, โดมินิก โมนาแฮน, ออร์แลนโด บลูม, ฮิวโก วีฟวิง, มิแรนดา ออตโท, เดวิด เวนัม, คาร์ล เออร์บัน, จอห์น โนเบิล, แอนดี เซอร์กิส, เอียน โฮล์มและณอน บีน ภาพยนตร์มีเนื้อเรื่องต่อจาก อภินิหารแหวนครองพิภพ (2001) และ ศึกหอคอยคู่กู้พิภพ (2002)

หลังเหตุการณ์ใน ศึกหอคอยคู่กู้พิภพ โฟรโด, แซมและกอลลัม เดินทางเข้าใกล้เมาต์ดูมในมอร์ดอร์ เพื่อทำลาย เอกธำมรงค์ โดยทั้งสองคนไม่รู้ความตั้งใจจริงของกอลลัม ขณะที่ แกนดัล์ฟ, อารากอร์น, เลโกลัส, กิมลีและกองกำลังที่เหลือเข้าร่วมการต่อสู้ที่มินัสทิริธ เพื่อต่อต้านกองทัพของเซารอน

มหาสงครามชิงพิภพ ได้รับเงินทุนและจัดจำหน่ายโดย นิวไลน์ซินีมา บริษัทสัญชาติอเมริกา แต่ภาพยนตร์ถ่ายทำและตัดต่อทั้งหมดที่ นิวซีแลนด์ บ้านเกิดของแจ็กสัน ถ่ายทำพร้อมกันกับภาพยนตร์อีกสองเรื่องในไตรภาค ภาพยนตร์ฉายรอบปฐมทัศน์ที่ โรงภาพยนตร์เอ็มบาสซี ใน เวลลิงตัน เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ค.ศ. 2003 และฉายในโรงภาพยนตร์ในสหรัฐเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ค.ศ. 2003 และในนิวซีแลนด์เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 2003 ภาพยนตร์ได้รับการยกย่องอย่างมากจากนักวิจารณ์และแฟน ๆ พิจารณาว่าเป็นหลักสำคัญของการสร้างภาพยนตร์และความสำเร็จในภาพยนตร์แนวแฟนตาซี ภาพยนตร์ทำเงิน 1.142 พันล้านดอลลาร์สหรัฐทั่วโลก ทำให้เป็นภาพยนตร์ที่ทำเงินสูงสุดในปี ค.ศ. 2003 และเป็นภาพยนตร์ที่ทำเงินสูงสุดตลอดกาลอันดับที่สอง ณ ช่วงเวลาที่ฉาย และเป็นภาพยนตร์ที่ทำเงินสูงสุดที่จัดจำหน่ายโดยนิวไลน์ซินีมา[5]

มหาสงครามชิงพิภพ ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่และมีอิทธิพลที่สุดเท่าที่เคยมีมา ภาพยนตร์ได้รับรางวัลจำนวนมาก ในงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 76 ภาพยนตร์ได้รับการเสนอชื่อและชนะเลิศทั้งหมดสิบเอ็ดสาขา ได้แก่ สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม, บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม, กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม, ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม, ลำดับภาพยอดเยี่ยม, แต่งหน้ายอดเยี่ยม, ดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, เพลงประกอบภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม สำหรับ “อินทูเดอะเวสต์”, บันทึกเสียงยอดเยี่ยมและเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม ทำให้เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัลออสการ์มากที่สุดจากภาพยนตร์เรื่องเดียวและครองสถิติกวาดรางวัลออสการ์สูงสุด ดูหนังออนไลน์

อาร์เซน่อล ทำได้เพียงเสมอ เบิร์นลีย์

อาร์เซน่อล

อาร์เซน่อล ทำได้เพียงเสมอ เบิร์นลีย์ 1-1 ในเกมที่มีความผิดพลาดเกิดขึ้นเต็มไปหมดทั้งจากตัวเองและผู้ตัดสิน

“ปืนใหญ่” ออกนำก่อนตั้งแต่ต้นเกมจากความสามารถเฉพาะตัวของ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง แต่แล้วก็เสียประตูให้เบิร์นลีย์ไม่น่าเชื่อจากความผิดพลาดของ กรานิต ชาคา

จากนั้นก็มีความผิดพลาดต่างๆ มากมายเกิดขึ้นที่สนาม เทิร์ฟ มัวร์ ก่อนลงเอลยด้วยการเสมอที่เหมือน “แพ้” สำหรับ มิเกล อาร์เตต้า และลูกทีม

บทสรุปความผิดพลาดทั้งหมดมีดังนี้ 

1. จ่ายพลาดสุดช็อก 

อาร์เซน่อล ต้องโทษตัวเองอย่างเดียวกับประตูที่เสียให้ เบิร์นลีย์ ในนัดนี้เพราะไม่สามารถมองเป็นอย่างอื่นได้เลย

การเซตบอลจากแนวรับขึ้นมาของ อาร์เซน่อล เคยผิดพลาดมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน และครั้งนี้ก็เกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อ กรานิต ชาคา รับบอลจาก แบรนด์ เลโน่ แล้วเตะไปติด คริส วู้ด เด้งเข้าประตูไปสุดช็อก

จังหวะนี้ แบรนด์ เลโล่ ไม่จำเป็นต้องจ่ายให้ ชาคา หากประเมินว่ามีคู่แข่งล้อมทุกด้าน เขาควรเตะเปิดโด่งขึ้นมาเลย แต่เมื่อจ่ายมาให้แล้ว ชาคา ที่เป็นคนแบมือขอบอลก็ต้องเล่นให้ชัวร์มากกว่านี้

ชาคา เห็นอยู่แล้วว่ามีคู่แข่งอยู่ตรงไหนบ้าง มีกี่คนที่อยู่ใกล้ตัวเอง เขาควรต้องคิดล่วงหน้าว่าจะเล่นอย่างไรต่อไป ต้องคิดทางเลือกที่มีความ “เสี่ยง” น้อยที่สุด

แต่ ชาคา เลือกทางเลือกที่ยากสุดและเสี่ยงสุด เขาพลิกตัวออกซ้าย บอลเข้าเท้าขวาข้างไม่ถนัด และมี คริส วู้ด ยืนดักอยู่ในตำแหน่งกลางประตูที่มีโอกาสทำประตูได้มากกว่า โยฮัน เบิร์ก กุ๊ดมุนด์สสัน ที่อยู่ฝั่งขวา

หากเขาเลือกพลิกออกขวา บอลจะเข้าซ้ายข้างถนัดที่น่าจะเปิดได้ดีกว่า หรือหากเปิดติด กุ๊ดมุนด์สสัน มุมที่ยิงประตูจะยากกว่า คริส วู้ด แถมยังมี เลโน่ ยืนในตำแหน่งที่มีโอกาสเซฟประตูได้

แต่ทางเลือกที่ดีสุดในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าจังหวะนี้ของ ชาคา คือควรเป็นเตะออกหลังไปเลย ยอมเสียเตะมุม หรืออีกทางเลือกที่เสี่ยงอยู่บ้างคือ แปะคืน เลโน่ อีกรอบเพื่อให้ เลโน่ สาดโด่งออกไป ซึ่งแม้จะเสี่ยงอยู่บ้างแต่ก็ดีกว่าการที่ ชาคา เลือกแตะเข้าเท้าขวาข้างไม่ถนัด

อาร์เซน่อล เล่นสไตล์เซตบอลจากข้างหลังมาตั้งแต่ยุค อูไน เอเมรี่ จนมาถึงยุคของ มิเกล อาร์เตต้า ซึ่งเป็นการเล่นที่เสี่ยงมากและการโดนคู่แข่งไล่เพรสซิ่งจนเสียบอล เสียประตู

อาร์เซน่อล
ชาคา พลาดเหลือเชื่อ

การยึดในสไตล์การเล่นนี้ไม่ได้หมายความว่าต้องเล่นแบบนี้ทุกจังหวะ หากประเมินว่ามีความเสี่ยงทั้งคู่แข่งอยู่กันหลายคนและพร้อมวิ่งบีบเร็ว ก็ควรเลือกเปิดโด่งไปวัดแย่งบอลกลางสนามกันดีกว่าเพราะต่อให้เสียบอลก็ยังไม่อันตรายเท่ากับการเสียบอลหน้าเขตโทษหรือในเขตโทษตัวเอง

เพราะนั่นแทบจะเสียประตูในทันทีแบบที่เกิดขึ้นล่าสุด

2. ผู้ตัดสินพลาด

เป็นอีกครั้งที่การทำหน้าที่ของผู้ตัดสินและทีมงานส่งผลต่อการแข่งขันอย่างมาก

จังหวะตัดสินค้านสายตาคนทั้งโลกเกิดขึ้นในครึ่งหลังที่ นิโกล่าส์ เปเป้ กระดกบอลไปติดแขน เอริก ปีเตอร์ส กองหลัง เบิร์นลีย์ ต้องเป็นจุดโทษแน่นอนเพราะชัดเจนอย่างมาก แต่ผู้ตัดสิน อันเดร มาร์ริเนอร์ กลับปล่อยให้เกมดำเนินต่อไป ไม่ได้เป่าหยุดเกมเพื่อเช็กให้ละเอียดแต่อย่างใด

มาร์ริเนอร์ อาจได้สัญญาณจากทีมงานวีเออาร์ที่นำโดย เดวิด คูต แล้วว่าไม่มีการฟาวล์ชัดเจนจนถึงขั้นต้องให้จุดโทษ ซึ่งหากเป็นแบบนี้ทีมงานวีเออาร์ที่มีโอกาสดูภาพช้าและเหตุการณ์อีกครั้งยิ่งผิดพลาดอย่างมาก

จังหวะต่อมา มีเหตุการณ์แฮนด์บอลในเขตโทษและจากคนเดิม เอริก ปีเตอร์ส ซึ่งตอนแรก อันเดร มาร์ริเนอร์ ชักใบแดงไล่ออกเพราะมองว่าจงใจใช้มือปัดลูกยิงของ อาร์เซน่อล

แต่พอได้สัญญาณจากวีเออาร์ให้เช็กเหตุการณ์โดยละเอียดจึงยกเลิกใบแดงดังกล่าวเพราะบอลไปโดนหัวไหล่เกือบติดซอกคอ ไม่เป็นการแฮนด์บอลแต่อย่างใดซึ่งถือว่าถูกต้อง

การแก้ไขคำตัดสินในจังหวะที่สองทำได้ถูกต้อง แต่นั่นก็เกิดคำถามถึงมาตรฐานในการตัดสินและการใช้วีเออาร์เพราะจังหวะแรกกลับไม่เป่าหยุดเกมเพื่อเช็กเหตุการณ์ให้ถูกต้องเหมือนจังหวะที่สองที่หยุดเกมใช้เวลาเช็กอย่างละเอียด

หลังมีเสียงวิจารณ์อย่างหนักเกิดขึ้น พรีเมียร์ลีกพยายามแก้ตัวในจังหวะนี้ “ลูกฟุตบอลพุ่งเข้าหาผู้เล่นในระยะประชิดทำให้ไม่มีเวลาตอบโต้”

คำอธิบายของพรีเมียร์ลีกยิ่งก่อให้เกิดคำถามมากกว่าเดิมเพราะเมื่อเทียบกับอีกหลายเหตุการณ์ที่มีการแฮนด์บอลในเขตโทษก็ล้วนเข้าข่ายแฮนด์บอลในระยะประชิดไม่มีเวลาตอบโต้

เหตุการณ์ที่ถูกนำมาเปรียบเทียบคือเกมระหว่าง สเปอร์ส กับ ฟูแล่ม ล่าสุดที่เจ้าสัวน้อยพลาดได้ประตูตีเสมอท้ายเกมเพราะถูกจับแฮนด์บอลเสียก่อน

ดาวินซอน ซานเชซ กองหลังไก่เดือยทองเตะบอลไปติดแขน มาริโอ เลอมินา ที่พยายามแนบลำตัวอย่างดีแล้วก่อนบอลเด้งไปถึง จอช มายา แต่งหาจังหวะยิงเสียบเสาเข้าไป

มาริโอ เลอมินา ไม่ได้ากางแขนออกมา แต่กลับถูกจับแฮนด์บอล แต่ เอริค ปีเตอร์ส กางแขนออกเป็นหุ่นไล่กาและบอลโดนแขนชัดเจน แต่ผู้ตัดสินและทีมงานวีเออาร์กลับบอกว่าไม่แฮนด์บอล

มิเกล อาร์เตต้า หัวเสียอย่างมากกับจังหวะนี้ เขากล่าวว่า “ผมคิดว่ามันเป็นจุดโทษชัดเจนมากๆ  ถ้ามันไม่ใช่จุดโทษก็ต้องมีใครสักคนอธิบายว่าจุดโทษในลีกนี้คืออะไร”

 

3. แนวรุกพลาด 

  หากจะมีอีกจุดที่ อาร์เซน่อล ต้องตำหนิตัวเองเพื่อนำไปแก้ไขก็คือเกมรุกที่ใช้โอกาสเปลืองทั้งที่ควรยิงขาดเก็บชัยชนะไม่ยาก

โอบาเมย็อง ซัดให้ทีมออกนำตั้งแต่นาทีที่ 6 แต่จากนั้นกลับไม่สามารถส่งบอลตาข่ายได้อีกเลยทั้งที่ได้ลุ้นยิงรวมทั้งหมด 15 ครั้ง

โอบาเมย็อง กับ บูคาโย่ ซาก้า ได้ส่องมากสุด 4 ครั้งเท่ากัน ตามด้วย นิโกล่าส์ เปเป้ ที่ลงสำรองแต่ก็มีโอกาส 2 ครั้ง

โอกาสชัดเจนสุดที่ควรใส่สกอร์คือการหลุดเข้าไปยิงเน้นๆ ของ ซาก้า ในครึ่งแรกที่ดีดบอลหลุดเสา และการแปจ่อๆ ของ เปเป้ ที่โดนเฉียดๆ อย่างไม่น่าเชื่อ รวมไปถึงจังหวะชุลมุนท้ายเกมที่ ดานี่ เซบายอส ได้ตะบันขวาแต่ก็ชนเสาอีก

นี่คือโอกาสที่ อาร์เซน่อล ทิ้งไปอย่างน่าเสียดายที่หากไม่นับประตูของ โอบาเมย็อง แล้ว พวกเขายิงเข้ากรอบอีกเพียง 2 ครั้งจาก 14 ครั้งต่อมาที่ได้ยิง

เมื่อทิ้งโอกาสไปเอง อาร์เซน่อล ก็ต้องยอมรับในผลเสมอที่ให้ความรู้สึกราวกับว่าพวกเขา “แพ้”

นอกจากทำชัยชนะหลุดมือแล้ว ยังเสียกำลังใจและน่าหงุดหงิดกับหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นสนามทั้งความผิดพลาดของตัวเองและผู้ตัดสิน    แทงบอลออนไลน์

ภาพยนตร์เรื่อง Batman

แบทแมน

แบทแมน

แบทแมน : อัศวินดำขึ้น” (อังกฤษ: “The Dark Knight Rises”) เป็นภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ที่สร้างจากซีรีส์แบทแมน มีกำหนดฉายเป็นภาคที่สามในวันที่ 20 กรกฎาคม 2555 นี่คือส่วนสุดท้ายของไตรภาค “แบทแมน” ที่กำกับโดยคริสโตเฟอร์โนแลนหลังจากภาพยนตร์แบทแมน “Begins” (“Batman Begins” (2005) และ “Batman” (“The Dark Knight” (The Dark Knight, 2008)) กำกับโดยคริสโตเฟอร์ โนแลนเขียนโดยโนแลนและโจนาธานน้องชายของเขา นำแสดงโดยคริสเตียนเบล, ไมเคิลเคน, แกรีโอลด์แมนและมอร์แกนฟรีแมน พล็อตเรื่องนี้จะกินเวลา 8 ปีนับจากซีซั่น “Dark Knight” และจะมีตัวละครหลัก Selina Kyle and Ben (นำแสดงโดย Anne Hathaway และ Tom Hardy ตามลำดับ)

เนื้อเรื่อง

แปดปีหลังจากเหตุการณ์แบทแมนอัศวินดำแห่ง Gotham ได้กลายเป็นเมืองที่สงบสุข การอนุญาตภายใต้กฎหมายทันตกรรมช่วยให้หัวหน้าตำรวจเจมส์กอร์ดอนสามารถกำจัดอาชญากรรมและอาชญากรรมที่มีความรุนแรงได้ แต่กอร์ดอนยังคงรู้สึกผิดที่ปกปิดสิ่งที่ฮาร์วีย์เดนท์ทำและวางแผนที่จะเปิดเผยแผนการปกปิดในงานเลี้ยงเพื่อรำลึกถึงเดนท์ แต่เขาตัดสินใจที่จะไม่พูดเพราะเขาคิดว่าเมืองยังไม่พร้อมที่จะรู้ความจริง กอร์ดอนถูกจับ

โดยสหายของเบ็นขณะติดตามเบาะแสเกี่ยวกับการกักขังอดีตสมาชิกพรรคคองเกรส ดังนั้นการพูดของกอร์ดอนเกี่ยวกับความจริงจึงตกอยู่ในมือของเบ็น เขาหนีรอดมาได้ แต่ถูกยิง ในโรงพยาบาลกอร์ดอนได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นตระเวนจอห์น เบลคกลายเป็นนักสืบ และขอให้เบลครายงานเขา เมื่อแบทแมนหายตัวไปจากเมืองก็อตแธมบรูซเวย์นก็หายตัวไปเช่นกัน ด้วยการขังตัวเองไว้ใน Wayne Manor Wayne Enterprise (Wayne Enterprise) ลงทุนในโครงการพลังงานสะอาดของมิแรนดาเทตที่มุ่งเป้าไปที่การสร้างพลังงานนิวเคลียร์ฟิวชันจึงตกอยู่ในภาวะถดถอย อย่างไรก็ตามบรูซได้เรียนรู้ว่าแกนหลักของเครื่องปฏิกรณ์คืออะไรสามารถถูกนำไป

ดัดแปลงกลายเป็นอาวุธนิวเคลียร์ได้ เบลค ผู้สามารถอนุมานตัวตนที่แท้จริงของแบทแมน และกอร์ดอนต่างก็เรียกร้องให้แบทแมนกลับมา แต่อัลเฟรด เพนนีเวิร์ธ พ่อบ้านประจำตระกูลเวย์น คัดค้านเรื่องนี้เนื่องจากเป็นห่วงอนาคตของบรูซ และเมื่อบรูซตัดสินใจกลับไปเป็นแบทแมนเต็มตัว ก็ตัดสินใจลาออก

เบ็นและพรรคพวกแกล้งเป็นบรูซเพื่อเข้าตลาดหุ้น และนำทรัพย์สินทั้งหมดของบรูซไปลงทุนในหุ้นที่มีความเสี่ยงทำให้บรูซล้มละลายและสูญเสียตำแหน่งบริหารที่เวย์นเอนเตอร์ไพรส์ Bruce สันนิษฐานอย่างถูกต้องว่าสมาชิกคณะกรรมการ John Dackett เป็นบุคคล เบ็นได้รับการว่าจ้างให้ทำสิ่งนี้เพื่อยึดอำนาจของเขา ดังนั้นเขาจึงมอบอำนาจทั้งหมดให้กับมิแรนดา Tate ตกอยู่ในมือของ Daggett ดาจิตผู้หลอกลวงแสดงความไม่พอใจต่อเบ็นในเวลาต่อมา ฉันไม่รู้ว่าเบ็นมีแผนอื่น จากนั้นเบ็นก็ฆ่า Dackett เพื่อใช้ทรัพยากรของ Dackett

แบทแมนพบเบ็นในรอยเท้าของเซเลน่ากรงเล็บแมวขโมยของไคล์ เขาเผชิญหน้ากับเบ็นตั้งแต่การตายของราสอัลกูลผู้ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นหัวหน้ากลุ่มพันธมิตรแห่งเงาเปิดเผยว่าเขาใช้ บริษัท ก่อสร้างของ Dekit เพื่อปล้นแผนกวิทยาศาสตร์ประยุกต์ นี่คือชุดอุปกรณ์ไฮเทคของแบทแมนแบทแมนและเบนไดค์อาจเอาชนะแบทแมนได้ หักหลังกระดูกสันหลังของแบทแมนว่ากันว่าก่อนจะเอาเขาเข้าคุกไม่มีใครหนีพ้นนอกจากเด็กที่ถูกผลักดันด้วยเหตุจำเป็น

เบนล่อตำรวจแทบทั้งหมดในเมืองก็อทแธมลงใต้ดิน ก่อนที่จะกดระเบิดที่ถูกติดตั้งไว้ทั่วเมือง ทำให้ตำรวจเกือบทั้งหมดต้องติดอยู่ใต้ดิน เปลี่ยนเมืองก็อทแธมที่เคยสงบให้กลายเป็นเมืองปกครองตนเองที่อยู่อย่างโดดเดี่ยว เบนขู่ว่าถ้ามีใครพยายามจะออกจากเมือง เขาจะกดระเบิดแกนฟิวชั่น ต่อมาเบนก็เปิดเผยความจริงเกี่ยวกับฮาร์วีย์ เดนท์ ตามมาด้วยการปล่อยนักโทษทั้งหมดออกมาจากเรือนจำแบล็คเกต คนรวยและผู้มีอำนาจถูกจับตัวไปให้โจนาธาน เครน (จากแบทแมน บีกินส์) พิพากษา ระหว่างนั้นรัฐบาลพยายามที่จะลักลอบส่งหน่วยรบพิเศษเข้ามาในเมืองแต่ก็ล้มเหลว จึงทำการปิดล้อมเมืองก็อทแธม เมืองทั้งเมืองจึงตกอยู่ในความวุ่นวายไร้ขื่อแป

ในขณะเดียวกัน เวย์นฟื้นตัวขึ้นมาจากอาการบาดเจ็บ และฝึนฝนตนเองเพื่อกลับมาเป็นแบทแมนอีกครั้ง เขาหนีออกจากคุกได้สำเร็จ หลังจากพยายามมาหลายครั้ง และมุ่งหน้ากลับไปยังก็อทแธม โดยเกณฑ์ไคล์, เบลค, เทต, กอร์ดอน และลูเซียส ฟอกซ์มาร่วมช่วยเหลือการปลดปล่อยเมือง และหยุดการระเบิดของแกนฟิวชั่น ที่ใกล้จะเสื่อมสภาพและจะระเบิดในอีกไม่กี่ชั่วโมง แบทแมนปลดปล่อยตำรวจออกมาจากใต้ดินและเผชิญหน้ากับเบนอีกครั้ง คราวนี้แบทแมนสามารถเอาชนะเบนได้ แต่เทตกลับแทงแบทแมน และเปิดเผยว่าตัวเองคือทาเลีย อัล กูล ลูกสาวของราซ อัล กูล และบอกกับแบทแมนว่าเธอเองที่เป็นคนสามารถหนีออกจากคุกมาได้ ก่อนที่จะกลับไปหาพ่อของเธอและกลับไปพร้อมกับพันธมิตรแห่งเงาเพื่อช่วยเบน ซึ่งเป็นคนที่ช่วยให้เธอหนีออกมาได้ เธอวางแผนที่จะสานต่อแผนการของพ่อให้เสร็จด้วยการทำลายล้างก็อทแธมและแก้แค้นความตายของพ่อที่แบทแมนเป็นคนก่อ

กอร์ดอนสามารถสกัดกั้นสัญญาณรีโมตระเบิดจากระยะไกลไว้ได้ ในขณะที่ไคล์สามารถช่วยชีวิตแบทแมนไว้ได้ด้วยการฆ่าเบน แบทแมนจึงทำการไล่ล่าทาเลีย โดยพยายามต้อนเธอให้พาระเบิดกลับไปยังเตาปฏิกรณ์ ซึ่งจะทำให้แกนฟิวชั่นกลับมาเสถียร แต่ก่อนที่จะทำได้ เธอก็ปล่อยน้ำเข้าไปในเตาปฏิกรณ์ เธอเสียชีวิตลงเมื่อรถบรรทุกระเบิดพลิกคว่ำ แต่ก่อนตายเธอพูดกับแบทแมนอย่างมั่นใจว่าไม่มีทางหยุดระเบิดได้อีกแล้ว หากแต่แบทแมน ใช้ยานเดอะแบท (ประดิษฐ์โดยลูเซียส ฟอกซ์) พาระเบิดออกไปยังอ่าวก็อทแธม พ้นจากรัศมีของเมือง แล้วแกนฟิวชั่นก็ระเบิดออกกลางมหาสมุทร

ใครๆ ก็คิดว่าแบทแมนตายจากวีรกรรมครั้งนี้ แบทแมนจึงถูกยกย่องเป็นวีรบุรุษ ในขณะที่คนสันนิษฐานว่าบรูซ เวย์นคงจะเสียชีวิตระหว่างเกิดเหตุจลาจล ฟ็อกซ์พยายามจะแก้ไขข้อบกพร่องในระบบนักบินอัตโนมติของยาน แต่พบว่าบรูซแก้ไขมันไปแล้วหกเดือนก่อนหน้า ในตอนท้าย อัลเฟรดเห็นเวย์นกับไคล์อยู่ด้วยกันที่ร้านกาแฟในอิตาลี ในขณะที่พินัยกรรมของบรูซระบุให้เบลค ซึ่งมีชื่อหน้าที่แท้จริงว่า “โรบิน” ได้รับถ้ำค้างคาวเป็นมรดกตกทอด

เรื่องควรรู้ เมื่อสร้างบ้านอยู่เอง เมื่อเรื่องในฝันจะถูกทำให้เป็นจริง

เรื่องควรรู้
เรื่องควรรู้

เรื่องควรรู้ เมื่อสร้างบ้านอยู่เอง เมื่อเรื่องในฝันจะถูกทำให้เป็นจริง ควรรู้สำหรับการสร้างบ้านด้วยตัวเองที่เจ้าของบ้านมือใหม่ไม่ควรมองข้าม ก่อนตัดสินใจสร้างบ้านเจ้าของบ้านควรเตรียมพร้อมในเรื่องต่างๆ เพื่อให้เห็นภาพรวมของบ้านทั้งหลังก่อนการดำเนินการ และก่อนสายเกินแก้ จะช่วยให้ได้บ้านแบบที่อยากได้ การก่อสร้างเป็นไปอย่างราบรื่น เสร็จลุล่วงตามเวลาที่วางแผนไว้ และต่อไปนี้คือ 10 เรื่องควรรู้สำหรับการสร้างบ้านด้วยตัวเองที่เจ้าของบ้านมือใหม่ไม่ควรมองข้าม

1. สำรวจทำเลที่ตั้งหรือที่ดินสำหรับปลูกสร้าง

พื้นที่ปลูกสร้างถือเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆ ของการสร้างบ้าน ผู้ปลูกสร้างบ้านเองควรคำนึงถึงความสะดวกสบายที่พื้นที่นั้นจะเอื้อประโยชน์และอำนวยความสะดวกให้มากที่สุด เช่น การเดินทางจากบ้านไปที่ทำงาน ไปสถานที่สำคัญต่างๆ การเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะ และความปลอดภัยของย่านที่อยู่อาศัย รวมถึงเส้นทางเข้าออกบ้านซึ่งทางที่ดีควรมีมากกว่า 1 เส้นทาง

2. ทิศทางแดด ลม การวางแปลนบ้าน

การวางทิศทางแสงแดด ลม ตำแหน่งแปลนบ้านที่ดี จะช่วยให้การอยู่อาศัยนั้นสะดวกสบาย ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า โดยทิศทางแสงแดดจะวิ่งเป็นแนวตะวันออกไปทางทิศใต้แล้วสิ้นสุดที่ทิศตะวันตก เหมาะสำหรับห้องที่สมาชิกในบ้านไม่ได้ใช้เวลาอยู่นานนัก หรือห้องที่ต้องการแสงแดดเพื่อลดความชื้น เช่น ห้องครัว ห้องน้ำ พื้นที่ซักล้าง ส่วนทิศเหนือเป็นมุมที่ไม่ถูกรบกวนจากแสงแดดมากสามารถวางตำแหน่งให้เป็นห้องนอน และห้องนั่งเล่นได้ ในเรื่องของทิศทางลม บ้านที่ดีควรหันด้านยาวของตัวบ้านเข้าหาลมเพื่อเพิ่มพื้นที่การรับลมธรรมชาติเข้าบ้าน ช่วยระบายความร้านภายใน และลดการใช้พลังงานจากเครื่องปรับอากาศ

3. จำนวนสมาชิกผู้พักอาศัย และความต้องการพื้นฐาน

จำนวนสมาชิกและความต้องการของผู้อยู่อาศัย มีผลต่อการออกแบบบ้าน จำนวนชั้น การจัดสรรพื้นที่ใช้สอย และการเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์การก่อสร้าง โดยความต้องการนั้นควรมองทั้งความต้องการส่วนตัวของสมาชิกแต่ละคน ความต้องการโดยรวมเรื่องสไตล์บ้านและแนวคิดเรื่องบ้านที่ต้องการ เช่น บ้านประหยัดพลังงาน บ้านเพื่อผู้สูงอายุ บ้านสำหรับครอบครัวใหญ่ เพื่อการสร้างบ้านในฝันนั้นตอบโจทย์ทุกความต้องการ

4. ขนาดพื้นที่ใช้สอย

พื้นที่ใช้สอยมีผลต่อการตัดสินใจเลือกแบบบ้าน ควรดูรูปแบบและความสัมพันธ์ของห้องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องรับแขก ห้องครัว ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ ความต้องการของสมาชิกในบ้าน เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการพักอาศัยและการใช้งานได้มากที่สุด

5. งบประมาณสำหรับการสร้างบ้าน

งบประมาณคือปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจสร้างบ้าน การตั้งงบประมาณไว้อย่างรอบคอบและรัดกุมจะช่วยให้ได้บ้านที่ตอบโจทย์มากที่สุด และไม่เกิดปัญหางบบานปลายภายหลัง ทำให้เจ้าของบ้านมีคำตอบที่ชัดเจนและง่ายต่อการตัดสินใจสร้างบ้าน การเลือกแบบ วิธีการสร้าง ขนาดพื้นที่ รวมถึงการใช้จ่ายเพื่องานตกแต่งภายใน เฟอร์นิเจอร์ สิ่งก่อสร้างหรือสิ่งอำนวยความสะดวกรอบบริเวณบ้าน และพื้นที่สวนด้วย

6. ช่วงเวลาและขั้นตอนของการสร้างบ้าน

การกำหนดระยะเวลาของการสร้างบ้าน จะช่วยให้สามารถวางแผนล่วงหน้าในงานก่อสร้างขั้นตอนต่างๆ ได้อย่างชัดเจน ไร้ปัญหาระหว่างงาน เพราะหากระยะเวลาก่อสร้างยืดเยื้อ ช่วงเวลาการทำงานไม่เป็นระบบ ไม่รู้ขอบเขตงานที่แน่นอน อาจมีปัจจัยอื่นที่ก่อให้เกิดปัญหาลากยาวไม่สิ้นสุดตามมา เช่น ฤดูกาลทำให้บางขั้นตอนของงานสร้างใช้เวลามากกว่าปกติ การดำเนินการด้านเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการสร้างบ้านไม่รองรับขั้นตอนการดำเนินงาน รวมถึงการเตรียมงบประมาณสำหรับจ่ายในขั้นตอนต่างๆ สะดุด

7. ทำความเข้าใจแบบบ้านที่ต้องการ

เจ้าของบ้านส่วนใหญ่มีประสบการณ์การสร้างบ้านอยู่เองครั้งแรก แต่เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลักในการตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวัสดุอุปกรณ์การก่อสร้าง งบประมาณ หรือปัญหาจิปาถะที่อาจเกิดขึ้นระหว่างงานก่อสร้าง ดังนั้นเพื่อให้ความต้องการที่จะสื่อสารกับสถาปนิก วิศวกร หรือคนทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น ได้ความเข้าใจตรงกัน เจ้าของบ้านควรให้เวลาศึกษา ทำความเข้าใจแบบบ้านที่ต้องการ เพื่อเป็นพื้นฐานความรู้ระหว่างการพูดคุยวางแผน ทำให้เกิดความราบรื่นมากขึ้น

8. การขออนุญาตปลูกสร้างบ้าน

เอกสารขออนุญาตปลูกสร้างบ้าน สามารถดำเนินการต่อสำนักงานเขตท้องถิ่นในพื้นที่ที่กำลังจะสร้างบ้านได้ เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันการสร้างบ้านที่ถูกต้อง มีมาตรฐาน ไม่สร้างผลกระทบต่อผู้อื่น โดยเอกสารที่เกี่ยวข้องมีดังนี้

• เอกสารคำขออนุญาตก่อสร้างอาคาร ดัดแปลงอาคารหรือรื้อถอนอาคาร (ข.1)

• แบบแปลนแผนผัง

• หนังสือรับรองว่าเป็นผู้ออกแบบ สถาปนิก วิศวกร พร้อมสำเนาใบอนุญาต

• สำเนาโฉนดที่ดินที่จะก่อสร้าง

• สำเนาบัตรประชาชน หรือทะเบียนบ้านเจ้าของอาคาร

9. เลือกใช้มืออาชีพอย่างบริษัทรับสร้างบ้าน

บ้านที่ตอบโจทย์ งบไม่บานปลาย และสร้างบ้านแล้วได้บ้านอย่างที่ใจหวังนั้น บริษัทรับสร้างบ้านยังคงเป็นทางเลือกครองใจคนสร้างบ้าน โดยก่อนตัดสินใจเลือกบริษัทรับสร้างบ้าน ควรทำความรู้จักแต่ละบริษัท เปรียบเทียบผลงาน ความน่าเชื่อถือ บริการก่อนและหลังสร้างบ้านเสร็จ การดูแลรักษา การตรวจสอบข้อบกพร่องการรับประกันโครงสร้างหลังสร้างบ้าน ใบอนุญาตการดำเนินงานและมาตรฐานของบริษัท รวมถึงเครือข่ายบริษัทวัสดุที่ใช้ในการดำเนินงานก่อสร้าง โดยควรใช้เวลาพิจารณาอย่างค่อยเป็นค่อยไป และรอบคอบมากที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดข้อยุ่งยากตามมาในภายหลัง

10. เยี่ยมชมงาน รับสร้างบ้าน FOCUS 2020

มหกรรมเปิดโลกงานสร้างบ้านที่เจ้าของบ้านไม่ควรพลาด เพราะนอกจากจะได้พบกับแบบบ้านกว่า 1,000 แบบ จากบริษัทรับสร้างบ้านชั้นนำแล้ว ยังได้อัพเดตข่าวสารที่ครอบคลุมทุกเรื่องการสร้างบ้าน แบบบ้านใหม่ๆ นวัตกรรมงานสร้างบ้าน รวมทั้งพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และไขข้อสงสัยต่างๆ กับสถาปนิกมืออาชีพได้อีกด้วย ออกแบบบ้าน