Pros of hiring a contractor What are the advantages? It is very interesting.

Pros
Pros

Pros of hiring a contractor What are the advantages? It is very interesting. As for the advantages of hiring a contractor, it has its strengths. That is different from buying a prefabricated house For example

– Residents can expand more flexibly without high cost. But if choosing a house project, the residents have to pay separately for hiring other than the house price

– Residents can negotiate the price as appropriate. Unlike prefabricated houses we are not entitled in this field.

– Residents can check work at any time. Including choosing quality building materials to build a strong house Durable and beautiful

– Residents benefit in terms of prices because they are not very high. In particular, the contract will combine both wages and construction materials, allowing the residents to control their budget.

– Residents have the opportunity to adjust or correct work when errors occur immediately, such as cracked walls, floor tiles, falling off, etc.

– Residents get to live faster Because building a house in the form of a contractor, an expert technician will speed up to reduce costs, especially wages, as well as being able to create new jobs as well.

Therefore, the benefit of hiring a contractor Make the living both the employer and the employer receive the same benefits. Especially in the dimensions of building a good house Beautiful and safe รับออกแบบบ้าน

สถาปนิกออกแบบ ลิขสิทธิ์แบบบ้าน เป็นของใคร กลายเป็นประเด็นถกเถียงกัน

สถาปนิกออกแบบ
สถาปนิกออกแบบ

สถาปนิกออกแบบ ลิขสิทธิ์แบบบ้าน เป็นของใคร กลายเป็นประเด็นถกเถียงกัน ไม่ว่าจะถกเถียงกันอย่างไร บ้านไอเดียมีคำตอบ ระหว่าง สถาปนิกผู้ออกแบบบ้าน VS เจ้าของบ้าน ถึงสิทธิความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ที่แท้จริงว่าเป็นของใคร หากมองในมุมเจ้าของบ้านย่อมคิดว่า ในเมื่อว่าจ้างมาแล้ว จ่ายเงินให้แล้ว ลิขสิทธิ์ย่อมเป็นของเจ้าของบ้าน จะนำแบบบ้านไปทำอะไรก็ย่อมได้ ส่วนในมุมสถาปนิกผู้ออกแบบอาจไม่ได้คิดเช่นนั้น เพราะบ้านที่เจ้าของบ้านว่าจ้างให้ออกแบบ ออกแบบให้กับผู้ว่าจ้างก็จริง แต่ก็ออกแบบเพื่อใช้สร้างบ้านหลังนั้นเพียงหลังเดียว เจ้าของบ้านไม่มีสิทธิ์ที่จะนำแบบชุดนี้ไปแจกจ่ายหรือใช้สร้างในที่อื่น ๆ ไม่ว่าจะถกเถียงกันอย่างไร บ้านไอเดียมีคำตอบให้

ก่อนทำความเข้าใจกับงานลิขสิทธิ์หรืองานใด ๆ ที่มีผลต่อกฎหมาย จำเป็นต้องเปิดอ่าน พรบ.ต่าง ๆ ที่กฎหมายได้ว่าไว้ สำหรับงานลิขสิทธิ์สถาปัตยกรรม บทกฎหมายจะเป็นไปตาม พระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ ผู้เขียนขอหยิบยกบทสรุปมาบางวรรคตอน เพื่อให้เข้าใจกันง่ายยิ่งขึ้น มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้

“ผู้สร้างสรรค์” หมายความว่า ผู้ทำหรือก่อให้เกิดงาน โดยความคิดริเริ่มของตนเอง

“ลิขสิทธิ์” หมายความว่า สิทธิแต่ผู้เดียวที่จะกระทำใด ๆ เกี่ยวกับงานที่ผู้สร้างสรรค์ได้ทำขึ้น

(๔) งานสถาปัตยกรรม ได้แก่ งานออกแบบอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง งานออกแบบตกแต่งภายใน หรือภายนอก ตลอดจนบริเวณของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง หรือการสร้างสรรค์หุ่นจำลองของอาคาร หรือสิ่งปลูกสร้า

“งานแพร่เสียงแพร่ภาพ” หมายความว่า งานที่นำออกสู่สาธารณชนโดยการแพร่เสียงทางวิทยุกระจายเสียง การแพร่เสียงและหรือภาพทางวิทยุโทรทัศน์ หรือโดยวิธีอย่างอื่นอันคล้ายคลึงกัน

“ทำซ้ำ” หมายความรวมถึง คัดลอกไม่ว่าโดยวิธีใด ๆ เลียนแบบ ทำสำเนา ทำแม่พิมพ์ บันทึก เสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกเสียงและภาพจากต้นฉบับ จากสำเนา หรือจากการโฆษณาในส่วนอันเป็น สาระสำคัญ ทั้งนี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน

“ดัดแปลง” หมายความว่า ทำซ้ำโดยเปลี่ยนรูปใหม่ ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมหรือจำลองงานต้นฉบับ ในส่วนอันเป็นสาระสำคัญโดยไม่มีลักษณะเป็นการจัดทำงานขึ้นใหม่ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน

มาตรา ๘ งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มีลิขสิทธิ์ ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น

มาตรา ๑๒ กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่นย่อมมีลิขสิทธิ์ในงาน ที่ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการจ้างหรือตามคำสั่งหรือในความควบคุมของตน เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็น อย่างอื่น

มาตรา ๑๓ ภายใต้บังคับ มาตรา ๗ มาตรา ๘ และ มาตรา ๑๒ เจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมี สิทธิแต่ผู้เดียวดังต่อไปนี้

(๑) ทำซ้ำหรือดัดแปลง

(๒) นำออกโฆษณา

(๓) ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น

(๔) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตาม (๑) หรือ (๒) โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างหนึ่งอย่างใดด้วย หรือไม่ก็ได้

มาตรา ๑๔ ในกรณีที่เจ้าของลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้อนุญาตให้ผู้ใดใช้สิทธิตาม มาตรา ๑๓ (๔) ถ้ามิได้ตกลงเป็นหนังสือกำหนดเงื่อนไขอย่างใดโดยเฉพาะ ให้ถือว่าเป็นการอนุญาตให้ใช้สิทธิ นั้นโดยไม่ตัดสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ที่จะอนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธินั้นอีก

มาตรา ๑๖ ภายใต้บังคับ มาตรา ๑๘ และ มาตรา ๑๙ ลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ให้มีอยู่ตลอดอายุ ของผู้สร้างสรรค์ และมีอยู่ต่อไปอีกเป็นเวลาห้าสิบปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตาย

  • ในกรณีที่มีผู้สร้างร่วม ลิขสิทธิ์ในงานดังกล่าวให้มีอยู่ตลอดอายุของผู้สร้างสรรค์ร่วมและมีอยู่ต่อไป อีกเป็นเวลาห้าสิบปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ร่วมคนสุดท้ายถึงแก่ความตาย
  • ถ้าผู้สร้างสรรค์หรือผู้สร้างสรรค์ร่วมทุกคน ถึงแก่ความตายก่อนที่ได้มีการโฆษณางานนั้นให้ลิขสิทธิ์ ดังกล่าวมีอยู่เป็นเวลาห้าสิบปีนับแต่ได้มีการโฆษณา
  • ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์เป็นนิติบุคคล ให้ลิขสิทธิ์มีอยู่เป็นเวลาห้าสิบปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ ขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้นในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์มีอยู่ต่อไปอีกเป็นเวลาห้าสิบ ปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก

มาตรา ๒๐ ลิขสิทธิ์ในงานที่ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการจ้างหรือตามคำสั่งหรือในความควบคุมตาม มาตรา ๑๒ ให้มีอยู่เป็นเวลาห้าสิบปีนับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้นใน ระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์มีอยู่เป็นเวลาห้าสิบปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก

มาตรา ๒๒ เมื่ออายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ครบกำหนดในปีใดถ้าวันครบกำหนดอายุแห่งการคุ้มครอง ลิขสิทธิ์ไม่ตรงกับวันสิ้นปีปฏิทิน หรือในกรณีที่ไม่อาจทราบวันครบกำหนดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ที่แน่นอนให้ลิขสิทธิ์ยังคงมีอยู่ต่อไปจนถึงวันสิ้นปีปฏิทินของปีนั้น

มาตรา ๒๔ การกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้แก่งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ถือว่า เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์

(๑) ทำซ้ำ หรือดัดแปลง

(๒) นำออกโฆษณาโดยมิได้รับอนุญาต ตาม มาตรา ๑๓

มาตรา ๒๗ ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่างานใดได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด แก่งานนั้นดังต่อไปนี้

(๑) ขาย ให้เช่า ให้เช่าซื้อ หรือเสนอขาย เสนอให้เช่า หรือเสนอให้เช่าซื้อ

(๒) นำออกโฆษณา

(๓) แจกจ่ายในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย แก่เจ้าของลิขสิทธิ์

(๔) นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อการใด ๆ นอกจากเพื่อใช้เป็นการส่วนตัว ให้ถือว่าผู้นั้น กระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย

มาตรา ๒๘ ในคดีละเมิดลิขสิทธิ์ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่างานที่มีการฟ้องร้องในคดีเป็นงานอันมี ลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ และโจทก์เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานดังกล่าว เว้นแต่จำเลยจะโต้แย้งว่า ไม่มีผู้ใดเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือโต้แย้งสิทธิของโจทก์

  • งานใดมีชื่อหรือสิ่งที่ใช้แทนชื่อของบุคคลใด ที่อ้างว่าคนเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์แสดงไว้ ให้สันนิษฐานไว้ ก่อนว่าบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของชื่อหรือสิ่งที่ใช้แทนชื่อนั้นเป็นผู้สร้างสรรค์
  • งานใดไม่มีชื่อหรือสิ่งที่ใช้แทนชื่อแสดงไว้ หรือมีชื่อหรือสิ่งที่ใช้แทนชื่อแสดงไว้ แต่มิได้อ้างว่าเป็น เจ้าของลิขสิทธิ์ และมีชื่อหรือสิ่งใดที่ใช้แทนชื่อของบุคคลอื่นซึ่งอ้างว่าเป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา หรือผู้พิมพ์ และ
  • ผู้โฆษณาแสดงไว้ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลซึ่งเป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณาหรือผู้พิมพ์และผู้โฆษณานั้นเป็น เจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้น รับออกแบบบ้าน

องค์ประกอบหลัก ในการเลือกบริษัทรับสร้างบ้าน พร้อมออกแบบที่ต้องรู้เอาไว้

องค์ประกอบหลัก
องค์ประกอบหลัก

องค์ประกอบหลัก ในการเลือกบริษัทรับสร้างบ้าน พร้อมออกแบบที่ต้องรู้เอาไว้ ในการจะสร้างบ้านแต่ละครั้งสิ่งที่ต้องเตรียม ในการจะสร้างบ้านแต่ละครั้งสิ่งที่ต้องเตรียม นอกจากเงินแล้วก็คือแบบบ้านที่เราจะสร้างมีหลายคนเลือกที่จะไปจ้างผู้ออกแบบบ้านโดยเฉพาะเพื่อที่จะให้ได้แบบบ้านที่ตนเองต้องการมากที่สุด แต่วิธีนี้ก็จำเป็นที่จะต้องเสียเงินในการจ้างค่าร่างแบบบ้านค่อนข้างสูงและไหนจะต้องจ้างบริษัทที่รับสร้างบ้านอีกจึงทำให้มีค่าใช้จ่ายสูง และเมื่อมีค่าใช้จ่ายสูงก็จะทำให้คนที่คิดจะสร้างบ้านมีจำนวนน้อยลง เพราะเหตุนี้พวกบริษัทที่รับสร้างบ้านจึงต้องหาสิ่งมากระตุ้นให้ผู้คนอยากที่จะสร้างบ้านให้มากขึ้นจึงได้ปรับรูปแบบบริษัทเป็น รับสร้างบ้าน พร้อมออกแบบ เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการร่างแบบลดจำนวนเงินให้ผู้ว่าจ้างเสียเงินน้อยลง ซึ่งในปัจจุบันเราจะเห็นบริษัทที่รับสร้างบ้าน พร้อมออกแบบ เยอะมากมีทั้งบริษัทที่ดีและบริษัทที่ไม่ดีที่พร้อมจะหรอกเอาเงินของเรา ดังนั้นเราควรต้องรู้ถึงองค์ประกอบหลักที่สำคัญในการเลือกจ้างบริษัทรับสร้างบ้าน พร้อมออกแบบ เพื่อป้องกันการดูเอารัดเอาเปรียบและความเสียหายอื่น ๆ ที่จะเกิดขึ้น พร้อมแล้วเรามาดูกันเลยค่ะ

7 องค์ประกอบหลักในการเลือกบริษัทรับสร้างบ้าน พร้อมออกแบบที่ควรรู้

1. มีที่ตั้งขององค์กร การเลือกบริษัทรับสร้างบ้าน สถานที่ตั้งของบริษัทหรือ สำนักงานถือเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาในอันดับต้นๆ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าบริษัทรับสร้างบ้านนั้นมีที่ตั้งอยู่จริงหากเกิดปัญหา ในการให้บริการหรือปัญหางานก่อสร้างไม่ได้คุณภาพขึ้นมา จะได้สามารถเข้าไปพูดคุยหรือติดต่อกับเจ้าหน้าที่ หรือผู้บริหารได้อย่างสะดวก

2. มีผลงาน บริษัทรับสร้างบ้านที่น่าเชื่อถือต้องมีผลงานที่สามารถตรวจสอบ และเปิดเผยให้เข้าไปเยี่ยมชมผลงานได้ เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจ และได้เห็นของจริงมากกว่าการดูโมเดล หรือรูปภาพเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้กลุ่มลูกค้าใหม่ยังสามารถสอบถาม หรือปรึกษากับลูกค้าเดิมที่สร้างบ้านไปแล้วเพื่อขอคำแนะนำได้ว่าที่ผ่านมาการก่อสร้างของบริษัทมีปัญหาด้านใดหรือให้บริการดีอย่างไร เพื่อเป็นการตรวจสอบความมั่นใจอีกครั้งหนึ่งด้วย

3. มีสถาปนิกประจำองค์กร บริษัทรับสร้างบ้านที่ได้มาตรฐานควรมีสถาปนิกประจำในองค์กรนั้นๆ เพื่อสามารถ บริการลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง สามารถปรับเปลี่ยนหรือแก้ไขแบบตามที่ลูกค้าต้องการได้ ซึ่งในปัจจุบัน บริษัทรับสร้างบ้านหลายๆ บริษัทจะมีสถาปนิกเป็นฝ่ายขาย เรียกกันว่า สถาปนิกขาย สถาปนิกที่ปรึกษาซึ่งจะทำหน้าที่ดูแลลูกค้าตั้งแต่การออกแบบ ดูแลลูกค้าและประสานงานระหว่างก่อสร้าง หรือควบคุมการก่อสร้างรวมถึงคอยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับ การเลือกวัสดุก่อสร้าง การเลือกใช้โทนสี การตกแต่งภายใน และคำแนะนำในด้านต่างๆ กับลูกค้ากระทั่งส่งมอบบ้าน

4. มีวิศวกรประจำองค์กร เมื่อมีผู้ออกแบบแล้วการสร้างบ้านที่ต้องการความมั่นคงแข็งแรงและโครงสร้างมีอายุการใช้งานที่ยาวนานคุ้มค่ากับเงินลงทุน จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีวิศวกรเป็นผู้ออกแบบ คำนวณโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก และควบคุมขั้นตอนงานก่อสร้างด้วย เพื่อให้การก่อสร้างได้มาตรฐานตามที่กำหนด ทั้งนี้ตามกฎหมายนั้นวิศวกรถือเป็นวิชาชีพควบคุม ซึ่งผู้ที่จะประกอบอาขีพจะต้องได้รับใบอนุญาตให้ประกอบอาชีพโดยมีสภาวิศวกร จะเป็นกำกับดูแลและเป็นผู้ออกบัตรให้ ซึ่งหากเกิดปัญหาขึ้นมาก็จะมีกฎหมายมารองรับอย่างชัดเจนสามารถหาผู้รับผิดชอบได้ ขณะที่บ้านที่ก่อสร้างโดยไม่มีวิศวกรออกแบบคำนวณโครงสร้าง หากเกิดปัญหาขึ้นก็จะไม่มีผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน ปัญหาก็จะมาอยู่กับเจ้าของบ้านเพียงฝ่ายเดียว หากเกิดปัญหาขึ้นมาก็จะมีกฎหมายมารองรับอย่างชัดเจน สามารถหาผู้รับผิดชอบได้ ขณะที่บ้านที่ก่อสร้างโดยไม่มีวิศวกรออกแบบคำนวณโครงสร้างหากเกิดปัญหาขึ้นก็จะไม่มีผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน ปัญหาก็จะมาอยู่กับเจ้าของบ้านเพียงฝ่ายเดียว

5. มีบริการหลังการขาย ปัจจุบันการให้บริการหลังการขายเป็นเรื่องที่สำคัญ เรื่องของบ้านก็เช่นกันเพราะหลังจากการสร้างเสร็จไป แล้วบริษัทรับสร้างบ้านที่ดีจะต้องมีบริการดูแลบำรุง รักษาหรือซ่อมบำรุงหากตรวจสอบพบข้อบกพร่องเล็กๆ น้อยๆ ของงานก่อสร้างที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง ซึ่งจะต้องมีทีมงานเข้าไปแก้ปัญหาให้

6. มีการรับประกันคุณภาพ บ้านที่สร้างอย่างมีคุณภาพบริษัทรับสร้างบ้านจะต้องมีการรับประกัน ทั้งในส่วนของการรับประกันงานก่อสร้าง และงานโครงสร้างของบ้าน เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจ บ้านที่ออกแบบโดยสถาปนิก วิศวกร และควบคุมงานอย่างถูกขั้นตอนโดยวิศวกร มักจะมีการรับประกันคุณภาพอยู่แล้ว เช่นรับประกันงานก่อสร้าง 1 ปี รับประกันโครงสร้าง 5 ปี เป็นต้น ขณะที่บ้านที่สร้างโดยผู้รับเหมาทั่วไปจะไม่มีการรับประกันใดๆ หากเกิดปัญหาก็ไม่สามารถเรียกร้องจากผู้รับเหมาหรือช่างที่ควบคุมงานได้

7. มีบริการเสริมพิเศษ การก่อสร้างบ้านนอกจากตัวบ้านแล้ว ยังมีองค์ประกอบอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย อาทิ การขออนุญาติก่อสร้าง การขอใช้น้ำประปา ไฟฟ้า โทรศัพท์ เลขที่บ้าน จากหน่วยงานภาครัฐ การติดต่อขอใช้สินเชื่อจากสถาบันการเงิน การให้คำปรึกษาและจัดหาบริษัทตกแต่งภายใน การจัดหา บริษัทรับตกแต่งสวน การจัดหาบริษัททำสระว่ายน้ำ ฯลฯ ซึ่งบริษัทรับสร้างบ้านที่มีความพร้อมจะมีบริการดังกล่าวให้กับลูกค้าด้วยเพื่อความสะดวก รวดเร็ว และยังถือเป็นการอำนวยความสะดวกให้ โดยลูกค้าไม่ต้องไปจัดหาเอง รับออกแบบบ้าน

การออกแบบบ้าน นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในการออกแบบบ้าน

การออกแบบบ้าน
การออกแบบบ้าน

การออกแบบบ้าน นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในการออกแบบบ้าน ในวิชาชีพต่างๆ ถ้าเราสามารถน้อมนำหลักปรัชญาพอเพียงมาประยุกต์ใช้มากมาย

 1.การออกแบบที่มีการวางแผนรอบคอบ ถี่ถ้วน ด้วยแบบที่ละเอียด วางแผนจากบนกระดาษ ก่อนสร้างจริงจนตกผลึกเสียก่อน โดยประกอบด้วยขั้นตอนต่างๆ ทั้งขั้นตอนการวิเคราะห์ ขั้นตอนการออกแบบที่ตอบสนองพฤติกรรมต่างๆ แบบที่มีการอธิบายรายละเอียดต่างๆ มีเอกสารระบุวัสดุครบถ้วน จะทำให้ไม่บานปลายในภายหลัง การเริ่มต้นจากพิมพ์เขียว วางแผนด้วยแบบที่งดงาม และวิเคราะห์ทุกมุมที่เกี่ยวข้องเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญมากๆของ ความพอเพียง ที่แท้จริง

2.การออกแบบที่พอเหมาะพอควร เหมาะสมกับงบประมาณ โดยวางแผนตั้งแต่แรก ด้วยขั้นตอนที่ใส่ใจในรายละเอียด มีกาลเทศะในการออกแบบไม่มากไปน้อยไป มีแนวคิดที่สามารถร้อยเรียงด้วยความเป็นเอกภาพได้อย่างกลมกล่อม แนวคิดเอกภาพจะช่วยประคับประคองให้ผลงานออกแบบ มีแนวทางหนึ่งเดียว และจะสามารถลดการสูญเสียสูญเปล่าของงบประมาณได้ด้วย

3.การออกแบบที่คำนึงถึงบริบทโครงการ ทั้งสภาพแวดล้อม วิถีชีวิต พฤติกรรมผู้ใช้งาน ทิศทางลม ทิศทางแดด ลักษณะที่ตั้งของอาคาร การหันทิศทางที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม การคำนึงถึงสังคม วัฒนธรรม การออกแบบที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความเข้าใจ ที่ตั้งและรอบตัวอย่างรอบคอบนั่นเอง

4.แนวคิดการประหยัดพลังงานที่พอเพียง หมายถึงการออกแบบที่ทำให้อาคาร มีอากาศถ่ายเท ปรอดโปร่ง ลดการสูญเสีย พลังงาน ป้องกันความร้อนด้วยวิธีธรรมชาติ และภูมิปัญญา เหมาะสมกับที่ตั้งที่ดินของโครงการ ไม่ฝืนธรรมชาติ ตรงนี้สามารถศึกษาหาความรู้ก่อนออกแบบจากรูปแบบบ้านเรือนสมัยก่อน ศึกษาหาองค์ความรู้ แล้วพัฒนาสู่การออกแบบอย่างมีกาลเทศะ และต่อยอดอย่างมีนวัตกรรมต่อไป

5.สวยแบบพอดีพองามลงตัวไม่มากไปไม่เยอะไป ความงามที่ยั่งยืนคือความงามที่มีความยั่งยืนสวยนานสวยทนสวยเสมอ มิเสื่อมคลาย ตรงนี้ต้องมาจากการออกแบบที่มีสัดส่วน เหมาะสมกับที่ตั้ง มีผังและหุ่นบุคลิกอาคารที่สอดคล้องกับพื้นที่ ไม่โย่ง หรือเตี้ยไปพอดีพองาม ไม่เติมแต่งเยอะ จนเกินงาม ให้รู้สึกน่าอยู่ อบอุ่น การออกแบบระหว่างสถาปัตยกรรมและมัณฑนศิลป์ ที่เชื่อมโยงกัน ไม่ปะติดตกแต่งมากไป อาจเน้นสัจจะวัสดุที่มีรสนิยม และไม่ทำซ้ำทับซ้อน

6.การออกแบบที่ไม่เสียเศษ ลดขยะให้แก่โลก ด้วยความเข้าใจเรื่องขนาดสัดส่วน ออกแบบโดยมีรากแห่งความรู้เรื่องขนาดจากระบบการผลิตที่เหมาะสม ตามสายการผลิต คำนึงถึงความพอดีของวัสดุ และพยายามเลือกจากวัสดุท้องถิ่น เป็นหลัก เพื่อลดทอนการนำเข้าราคาแพงและการขนส่งที่ยุ่งยาก ในเชิงปฏิบัติคือการออกแบบที่ขนาดจะลงตัวตามระยะที่แท้จริง เช่นลง ฟุต 30 เซนติเมตร วางกระเบื้องในห้องน้ำที่ตัดเศษน้อยที่สุด เพราะมาจากขนาดห้องที่แม่นยำ เป็นการคิดจากภายในสู่ภายนอกนั่นเอง

7.ใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสม พอดี พอเหมาะ สอดคล้องกับพฤติกรรม และตัวตน คนใช้งาน ไม่สิ้นเปลืองใช่เหตุ อำนวยความสะดวกที่พอดี สมดุลกับชีวิตประจำวันที่สุด เพื่อความสุขในการใช้ชีวิต ออกแบบบ้าน

การออกแบบ รูปแบบจากความคิดออกมาเป็นผลงานที่ผู้อื่นสามารถมองเห็น รับรู้

การออกแบบ
การออกแบบ

การออกแบบ การถ่ายทอดรูปแบบจากความคิดออกมาเป็นผลงานที่ผู้อื่นสามารถมองเห็น รับรู้ หรือสัมผัสได้  เพื่อให้มีความเข้าใจในผลงานร่วมกัน

ความสำคัญของการออกแบบ มีอยู่หลายประการ กล่าวคือ

1.ในแง่ของการวางแผนการการทำงาน งานออกแบบจะช่วยให้การทำงานเป็นไปตาม

 ขั้นตอน อย่างเหมาะสม และประหยัดเวลา ดังนั้นอาจถือว่าการออกแบบ คือ การวางแผนการทำงานก็ได้

2. ในแง่ของการนำเสนอผลงาน ผลงานออกแบบจะช่วยให้ผู้เกี่ยวข้องมีความเข้าใจตรงกันอย่างชัดเจน  ดังนั้น ความสำคัญในด้านนี้ คือ เป็นสื่อความหมายเพื่อความเข้าใจ

ระหว่างกัน

3. เป็นสิ่งที่อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับงาน งานบางประเภทอาจมีรายละเอียดมากมายซับซ้อน ผลงานออกแบบจะช่วยให้ผู้เกี่ยวข้อง และผู้พบเห็นมีความเข้าใจที่ชัดเจนขึ้นหรืออาจกล่าวได้ว่า ผลงานออกแบบ คือ ตัวแทนความคิดของผูออกแบบได้ทั้งหมด

4. แบบ จะมีความสำคัญอย่างที่สุด ในกรณีที่ นักออกแบบกับผู้สร้างงานหรือผู้ผลิต เป็นคนละคนกัน เช่น สถาปนิกกับช่างก่อสร้าง  นักออกแบบกับผู้ผลิตในโรงงานหรือถ้าจะเปรียบไปแล้ว นักออกแบบก็เหมือนกับคนเขียนบทละครนั่นเอง แบบ เป็นผลงานจากการออกแบบ เป็นสิ่งที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์และฝีมือของ

นักออกแบบ แบบมีอยู่หลายลักษณะ ดังนี้ คือ

     1. เป็นภาพวาดลายเส้น (Drawing) ภาพระบายสี (Painting) ภาพถ่าย (Pictures) หรือแบบร่าง (Sketch) แบบที่มีรายละเอียด (Draft) เช่น แบบก่อสร้าง ภาพพิมพ์ (Printing) ฯลฯ ภาพต่าง ๆ ใช้แสดงรูปลักษณะของงาน หรือแสดงรายละเอียดต่าง ๆเกี่ยวกับงาน ที่เป็น 2 มิติ

        2. เป็นแบบจำลอง (Model) หรือของจริง เป็นแบบอีกประเภทหนึ่งที่ใช้แสดงรายละเอียดของงานได้ชัดเจนกว่าภาพต่าง ๆ เนื่องจากมีลักษณะเป็น 3 มิติ ทำให้สามารถเข้าใจในผลงาน

ได้ดีกว่า นอกจากนี้ แบบจำลองบางประเภทยังใช้งานได้เหมือนของจริงอีกด้วยจึงสมารถใช้ในการทดลอง และทดสอบการทำงาน เพื่อหาข้อบกพร่องได้ รับออกแบบบ้าน