ความเข้าใจผิดที่แก้ไขยากสำหรับวงการฟิล์ม สืบเนื่องจากในยุคแรกๆ

ความเข้าใจผิดที่แก้ไขยากสำหรับวงการฟิล์ม
ความเข้าใจผิดที่แก้ไขยากสำหรับวงการฟิล์ม

ความเข้าใจผิดที่แก้ไขยากสำหรับวงการฟิล์ม ufabet สืบเนื่องจากในยุคแรกๆ ฟิล์มมีไม่กี่ชนิดและมีไม่กี่ระดับความเข้มโดยมาตรฐานตอนนั้นจะมีเบอร์ที่เป็นมาตรฐานสากลคือ เบอร์ 5, 20, 50 ซึ่งตามมาตรฐานแล้วเบอร์ฟิล์มจะบ่งบอกถึงประมาณการณ์ของค่าแสงส่องผ่าน (Visible Light Transmittance) เช่น ฟิล์มรหัส xx 05 จะหมายถึงฟิล์มเบอร์นี้แสงสามารถส่องผ่านได้ประมาณ 5% คือฟิล์มมีความเข้ม 95%

บ้านเราเห็นมันเข้มหรือทึบสุดเลยเรียกว่าฟิล์ม 80%, ฟิล์มเบอร์ xx 20 หมายถึงฟิล์มเบอร์นี้ แสงสามารถส่องผ่านได้ประมาณ 20% หรือฟิล์มเข้ม 80% บ้านเราเรียกฟิล์มเบอร์นี้ว่าฟิล์ม 60%, ฟิล์มเบอร์ xx 50 หมายถึงฟิล์มเบอร์นี้ แสงสามารถส่องผ่านได้ประมาณ 50% หรือฟิล์มเข้ม 50% บ้านเราเรียกฟิล์ม 40% นี่แหละครับความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้น

10 ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ แบรนด์ดัง รวมฟิล์มกรองแสงแบรนด์ดัง

10 ฟิล์มกรองแสงรถยนต์
10 ฟิล์มกรองแสงรถยนต์

10 ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ 1. Hi-Kool (ไฮ-คูล) ฟิล์มกรองแสงเทคโนโลยีจากโรงงานอเมริกา ฟิล์มติดรถยนต์เชียงใหม่ ทำสั่งผลิตเองเป็นพิเศษ (Customized Orders) โดย บริษัท ลีวณิชย์ จำกัด ตอนนี้มีให้เลือกหลายซีรีย์อย่างมาก

การรับประกัน : 7 ปี

2. Super Hi-Cool (ซูเปอร์ ไฮ-คูล) โดย บริษัท ลีวณิชย์ จำกัด เน้นความเหนือกว่าด้านประสิทธิภาพจากรุ่นปรกติCrystal Vision ที่สุด…แห่งนวัตกรรมฟิล์มกรองแสงรายเดียวที่กัน Infrared สูงสุดถึง 99.99%

อีกระดับของฟิล์มกรองแสง ที่ผลิตขึ้นจาก Ceramic และ Metal ทับซ้อนกันถึง 50 ชั้น ด้วยกรรมวิธี Multi-Layers Sputtering ออกมาเป็นฟิล์มกรองแสงที่ ใส เคลียร์ ดั่งคริสตัล พร้อมกันความร้อนสูงสุด จนคุณสัมผัสได้

รับประกัน : 7 ปี

ราคาจำหน่าย (รอบคันตามไซส์รถ) : 24,000-42,000 บาท

3. ICE (ไอซ์) เทคโนโลยีฟิล์มจากญี่ปุ่นจาก Teijin Dupont Films จัดจำหน่ายโดย บริษัท ลีวณิชย์ จำกัด

ผู้อยู่เบื้องหลังของเทคโนโลยี่ ICE Solar Films คือ Teijin Dupont Films ซึ่งเป็นผู้นำในวงการวัสดุศาสตร์ และค้นพบเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังฟิล์ม ICE นี้ ระหว่างที่พัฒนาฟิล์มป้องกันการแอบมอง พวกเขาพบว่าเทคโนโลยีนี้สามารถประยุกต์ใช้กับตลาดฟิล์มกรองแสงสำหรับหน้าต่างอาคาร

ซึ่งมีความต้องการคุณสมบัติการกรองแสงที่แตกต่างกันไป โครงการวิจัยและพัฒนาเป็นเวลากว่าสองปีของ Teijin Dupont Films เป็นผลให้ ICE Solar Films กำเนิดขึ้น

ประเด็นสำคัญในการทำงานของ ICE อยู่ที่เทคโนโลยีการเคลือบแบบ Sputtering หลายชั้น โลหะมีค่าหลายชั้นเช่นซิลเวอร์อัลลอยและอินเดียมออกไซด์จะเคลือบอยู่บนโพลี เอสเตอร์ใสมาก ด้วยวิธีการที่เรียกว่า Sputtering ชั้นของโลหะมีค่าเหล่านี้มีความหนาเท่ากับอะตอมเท่านั้น

ซึ่งเราทำการเคลือบเช่นนี้หลายครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าการเคลือบเป็นไปอย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งแผ่นฟิล์มและแผ่น ฟิล์มยังคงความใสอยู่

ราคาจำหน่าย (รอบคันตามไซส์รถ) : 31,500-47,500 บาท

ข้อมูลเพิ่มเติมของทั้ง 3 แบรนด์ facebook : Comclubhikoolfilm

4. 3M (สามเอ็ม) ผู้ให้กำเนิดฟิล์มติดรถยนต์รายแรกของโลก เมื่อ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2509 มักจะเป็นแบรนด์แรก ๆ เมื่อได้รับของแถมเป็นการติดฟิล์มรอบคัน มี 4 รุ่นให้เลือก

3M Ceramic Series หนาและทนทานที่สุดในตระกูลเซรามิค ป้องกันทั้งรังสียูวีและรังสีอินฟราเรต เป็นฟิล์มเซฟตี้หนา 2.5 มิว (Mil) ป้องกันแตกของกระจก ไม่รบกวนสัญญาณดิจิตอล
3M Crystalline Series ฟิล์มกันความร้อนสูงสำหรับรถยนต์
3M Scotchtint Series กันความร้อนดี มีให้เลือกหลายสี
3M Smart Series FX Series ฟิล์มใสที่มีประสิทธิภาพในการกันความร้อนได้สูง

ข้อมูลเพิ่มเติม facebook.com : 3MThailand

5. Lamina (ลามิน่า) ฟิล์มกรองแสงกลุ่มพิเศษลูม่าร์โดยตรงจากบริษัทผู้ผลิตประเทศสหรัฐอเมริกา CP Films Inc. ในเครืออีสต์แมน เคมิคัล นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) มีหลากหลายซีรีส์ให้เลือก

Lamina Pop Series รุ่นเริ่มต้น ไม่กวนสัญญาณดิจิตอล
Lamina Genius Series ฟิล์มใสเป็นพิเศษ เนื้อฟิล์มมีสีสัน ไม่กวนสัญญาณดิจิตอล
Lamina Executive Series ฟิล์มเข้ม สำหรับผู้บรืหาร ไม่กวนสัญญาณดิจิตอล
Lamina Mystery Series เข้มในภายนอก ใสภายใน โทนสีมิสเทียเรียส เทาดำ เฉพาะ Lamina Mystery Series ไม่กวนสัญญาณดิจิตอล
Lamina Special Series ฟิล์มกรองแสงผสมด้วยเซรามิค คุณภาพสูง สีสันสวยงาม

และมีจุดเด่น เรื่องการไม่รบกวนสัญญาณดิจิดอล

ข้อมูลเพิ่มเติม facebook.com : FilmLamina

6. Xtra-Cole (เอ็กซ์ตร้า-โคล) ฟิล์มกรองแสงจากประเทศสหรัฐอเมริกา บริษัท Johnson Window Films, Inc. นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย บริษัท อินเตอร์มาร์ค บิสซิเนส

Xtra-Cole Global Series กันความร้อนสูง ไม่รบกวนสัญญาณดิจิดอล
Xtra-Cole Flash Series มีความเงา หลากหลายสีสัน
Xtra-Cole Sport Series กันร้อน มีค่าสะท้อนปานกลาง
Xtra-Cole Smart Series กันร้อน ค่าสะท้อนแสงน้อย สีเรียบ

ข้อมูลเพิ่มเติม facebook.com : Xtracolefilms

7. V-Kool (วี-คูล) ฟิล์มกรองแสงจากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นแบรนด์ของ Eastman Chemical Company (อีสต์แมน เคมิคัล คอมพานี) โดยตรง ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย วีคูล กรุ๊ป ไทยแลนด์ รับประกัน : 5 ปี

V-KOOL SOLITAIRE ENERGY PACKAGE สินค้าดีที่สุดจากฟิล์ม V-KOOL ให้คุณสมบัติใส และการกันความร้อนที่ดีเยี่ยม
V-KOOL ECO STATURE PACKAGE สำหรับผู้ต้องการความเป็นส่วนตัวในการขับขี่แต่ยังคงให้ประสิทธิภาพที่ดีในการกันความร้อน
V-KOOL OZONE SIGNATURE PACKAGE สินค้าสำหรับผู้ชอบฟิล์มสีที่หลากหลายและให้ความรู้สึกทันสมัยแต่ยังให้ประสิทธิภาพกันร้อนที่ดี

ข้อมูลเพิ่มเติม facebook.com : VKoolGroup

8. Cardinal (คาร์ดินอล) ฟิล์มกรองแสงจากอเมริกาพัฒนาโดย Plastic View International Inc. ผลิต OEM ให้กับบริษัท อินนิแฟตโต้ จำกัด สร้างแบรนด์เมื่อปี 2011

รับประกัน : 15 ปี ถึงตลอดอายุการใช้งาน

Cardinal Tuxedo ฟิล์มเซรามิคดำเกรดพรีเมี่ยม ดำสนิทจากด้านนอก ทัศนวิสัยคมชัดจากด้านใน ไม่กวนสัญญาณ GPS หรือ Easy Pass
Cardinal Tuxedo Plus ฟิล์มรุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี Nano Infusion ผสมอณูเซรามิกพิเศษเข้าไปเนื้อฟิล์มโดยตรงแทนการเพิ่มชั้นฟิล์ม กันร้อนได้ดีกว่า และชัดกว่าเดิม ดำสนิทจากด้านนอก วิสัยคมชัดจากด้านใน ไม่กวนสัญญาณ GPS หรือ Easy Pass
Cardinal SEVEN เป็นฟิล์มเซรามิคคาร์บอนผลิตโดยใช้เทคโนโลยี Solar Selective Organic Coatinให้เฉพาะแสงที่จำเป็น กันรังสีความร้อนอันตรายอื่น ๆ

ออก ไม่กวนสัญญาณ GPS หรือ Easy Pass

ข้อมูลเพิ่มเติม facebook.com : Cardinalfilmthailand

9. HuperOptik (ฮิวเปอร์ ออพติค) ฟิล์มกรองแสงจากเยอรมันโดย HüperOptik International Pte Ltd ก่อนตั้งเมื่อค.ศ. 1997 หนึ่งในบริษัทลูกของ Eastman Chemical Company (อีสต์แมน เคมิคัล คอมพานี)

Huper Ceramic ฟิล์มใส ซึ่งไม่บดบังทัศนวิสัยในการขับขี่ และยังสามารถสะท้อนแสงได้เป็นอย่างดี
Huper-klassisch ฟิล์มใส เพิ่มความสบายให้กับดวงตามากยิ่งขึ้น แต่ยังคงความโปร่งใส
Huper-klassisch Black สำหรับความเป็นส่วนตัวสูง แต่ยังคงประสิทธิภาพการมองเห็นที่ชัดเจน

ข้อมูลเพิ่มเติม facebook.com : HuperOptikTH

10. SolarFX (โซลาร์เฟ็กซ์) ฟิล์มกรองแสงจากประเทศสหรัฐอเมริกาโดย SolarFX Window Films รับประกัน : 18 ปี

SolarFXFXtreme Ceramic Series ฟิล์มดำเซรามิคที่มีคุณภาพสูง สะท้อนแสงต่ำ สีดำสนิท สวยงาม ให้ความเป็นส่วนตัว หรูหรา ไม่รบกวนสัญญาณคลื่นวิทยุต่าง ๆ เช่น GPS , Easy Pass
SolarFXFXtreme Charcoal Ceramic ฟิล์มใสคุณภาพสูง กันความร้อนเทคโนโลยี นาโน เซรามิค ไม่รบกวนสัญญาณคลื่นวิทยุต่าง ๆ เช่น GPS, Easy Pass

รู้จักฟิล์มกรองแสง เท่าที่ได้รับฟังจากการเลือกซื้อฟิล์มกรองแสง

รู้จักฟิล์มกรองแสง
รู้จักฟิล์มกรองแสง

รู้จักฟิล์มกรองแสง เท่าที่ได้รับฟังจากการเลือกซื้อฟิล์มกรองแสง พบว่า ฟิล์มติดรถยนต์เชียงใหม่ ส่วนหนึ่งของผู้ซื้อยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับฟิล์มกรองแสง โดยเฉพาะความเข้าใจระหว่างความทึบแสงกับความสามารถในการป้องกันความร้อน ความเข้าใจที่ว่า ฟิล์มที่มีสีเข้มหรือทึบ ช่วยลดความร้อนได้ดี ในความจริงแล้ว สีหรือความทึบของฟิล์มกรองแสงไม่ได้เป็นตัวช่วยลดความร้อน แต่กลับเป็นสารเคลือบตัวอื่นๆ ที่ทำหน้าที่หลักนี้ต่างหาก ลองมาดูว่าส่วนประกอบจากความร้อนที่เราได้รับมีอะไรบ้าง
โดยส่วนประกอบของความร้อนที่เราได้รับนั้นมีสัดส่วนและแบ่งเป็น 3 ส่วนหลักๆ คือ ความสว่างของแสง(Visible Light) มีสัดส่วน 44% รังสีอินฟาเรด(รังสีใต้แดง – Infrared) มีอยู่ 53% รังสียูวี(รังสีเหนือม่วง, รังสีอุลตร้าไวโอเลต – Ultra violet หรือ UV) มีอยู่ 3% ดังนั้นฟิล์มกรองแสงที่สามารถลดความร้อนได้ดีควรจะลดรังสีทั้ง 3 ส่วนได้มากๆ ตัวอย่างเช่น หากท่านติดฟิล์มกรองแสงที่มีความทึบแสงมากๆ แต่ฟิล์มกรองแสงนั้นๆ เป็นประเภทฟิล์มย้อมสีหรือเป็นฟิล์มกรองแสงที่ไม่ได้มีส่วนผสมของโลหะหรือสารพิเศษใดๆ ท่านจะรู้สึกถึงความร้อนที่ผ่านชั้นผิวของฟิล์มกรองแสงเข้ามา นั่นก็คือฟิล์มกรองแสงนั้นๆสามารถลดได้แค่ช่วงความสว่างของแสงที่มีสัดส่วนอยู่ 44% แต่รังสีอินฟาเรดยังสามารถผ่านทะลุเข้ามาได้จนรู้สึกถึงความร้อน ในทางกลับกันหากท่านติดฟิล์มกรองแสงที่มีส่วนผสมพิเศษไม่ว่าจะเป็นส่วนผสมของโลหะหรืออื่นๆ แต่ฟิล์มกรองแสงนั้นๆ มีค่าความทึบแสงน้อย(แสงส่องผ่านเข้าไปได้เยอะ) ท่านก็จะรู้สึกถึงความร้อนจากความสว่างของแสงที่ส่องผ่านฟิล์มกรองแสงเข้ามา ส่วนรังสียูวีนั้นเป็นส่วนประกอบน้อยมากของความร้อน (3%) ซึ่งฟิล์มกรองแสงเกือบทั้งหมดสามารถลดรังสียูวีได้มากกว่า 95% อยู่แล้ว

ประเภทของฟิล์มกรองแสง

ฟิล์มกรองแสง ผลิตจากแผ่นโพลีเอสเตอร์ที่มีความเหนียว บาง เรียบ สามารถแนบสนิทเป็นเนื้อเดียวกับกระจก โดยยึดกับกระจกด้วยกาวที่มีความใส ดังนั้น เราจึงมองผ่านฟิล์มกรองแสงได้ชัดเจน ณ ปัจจุบันสามารถแบ่งโครงสร้างฟิล์มกรองแสงได้ดังนี้

  1. ฟิล์มกรองแสงประเภทสีผสมในกาว (Glue Tine Non-reflective)
  2. ฟิล์มกรองแสงประเภทย้อมสี (Deep Dye Non-reflective)
  3. ฟิล์มกรองแสงประเภทสีอยู่บนเนื้อฟิล์ม (Chip Dyed Non-reflective)

ประเภทของฟิล์มกรองแสง

ฟิล์มกรองแสง ผลิตจากแผ่นโพลีเอสเตอร์ที่มีความเหนียว บาง เรียบ สามารถแนบสนิทเป็นเนื้อเดียวกับกระจก โดยยึดกับกระจกด้วยกาวที่มีความใส ดังนั้น เราจึงมองผ่านฟิล์มกรองแสงได้ชัดเจน ณ ปัจจุบันสามารถแบ่งโครงสร้างฟิล์มกรองแสงได้ดังนี้

ฟิล์มกรองแสงชนิดธรรมดา

ฟิล์มกรองแสงชนิดธรรมดา(ไม่มีส่วนผสมของโลหะหรือสารพิเศษอื่นๆ) โดยฟิล์มกรองแสงชนิดนี้ก็จะมีชนิดย่อยตามการผลิตอีกคือ

  1. ฟิล์มกรองแสงประเภทสีผสมในกาว (Glue Tine Non-reflective)
  2. ฟิล์มกรองแสงประเภทย้อมสี (Deep Dye Non-reflective)
  3. ฟิล์มกรองแสงประเภทสีอยู่บนเนื้อฟิล์ม (Chip Dyed Non-reflective)

ซึ่งฟิล์มกรองแสงแต่ละชนิดเป็นเทคนิคในการผลิตซึ่งแต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติทางด้านอายุการใช้งานและราคาที่แตกต่างกัน แต่ในส่วนคุณสมบัติอื่น เช่น การลดความร้อนไม่ค่อยแตกต่างกันมากนัก

สรุป ในส่วนของฟิล์มกรองแสงชนิดธรรมดาจะได้ดังนี้ คือ
  • ระดับราคาจากถูกไปหาแพง – ฟิล์มกรองแสงประเภทสีผสมในกาว (Glue Tine Non-reflective) – ฟิล์มกรองแสงประเภทย้อมสี (Deep Dye Non-reflective) – ฟิล์มกรองแสงประเภทสีอยู่ในเนื้อฟิล์ม (Chip Dyed Non-reflective)
  • อายุการใช้งานของฟิล์มกรองแสงจากมากไปหาน้อย ฟิล์มกรองแสงประเภทสีอยู่ในเนื้อฟิล์ม (Chip Dyed Non-reflective) – ฟิล์มกรองแสงประเภทย้อมสี (Deep Dye Non-reflective) – ฟิล์มกรองแสงประเภทสีผสมในกาว (Glue Tine Non-reflective)

ฟิล์มกรองแสงชนิดเคลือบโลหะ

ฟิล์มเคลือบโลหะ โดยแผ่นโลหะนี้จะถูกนำไปประกบหรือรวมกับฟิล์มกรองแสงชนิดธรรมดา โดยแผ่นโลหะจะมีคุณสมบัติพิเศษในการป้องกันรังสีอินฟาเรด โดยใช้หลักการในการสะท้อนออก  ทำให้ฟิล์มกรองแสงประเภทนี้สามารถลดความร้อนได้เพิ่มมากขึ้นตามความเงาของเนื้อฟิล์ม  ซึ่งก็สามารถแบ่งได้เป็นชนิดโครงสร้างหลักๆ ได้ดังนี้คือ

  1. ฟิล์มกรองแสงประเภทสีผสมในกาว + โลหะ (Glue Tint Reflective)
  2. ฟิล์มกรองแสงประเภทย้อมสี + โลหะ (Deep Dyed Reflective)
  3. ฟิล์มกรองแสงประเภทสีอยู่บนเนื้อฟิล์ม + โลหะ (Chip Dyed Reflective)
  4. ฟิล์มเคลือบอนุภาคโลหะ (Sputtering)

5 ชนิด ฟิล์มกันความร้อน รถยนต์ ที่ดีที่สุด

5 ชนิด
5 ชนิด

5 ชนิด ฟิล์มกันความร้อน รถยนต์ ที่ดีที่สุด  ติดฟิล์มรถยนต์เชียงใหม่ กลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับรถยนต์ในบ้านเรา ฟิล์มติดรถยนต์ถือว่าเป็นอุปกรณ์ตกแต่งชิ้นแรกๆ ที่เรานำมาติดตั้งให้กับรถสุดรัก ซึ่งหน้าที่หลักของมันก็หนีไม่พ้นการช่วยลดความร้อนแรงของแดดประเทศไทยแล้ว  โดยพื้นฐานแล้ว ฟิล์มที่ดีควรมีคุณสมบัติการกรองแสงที่สูง โดยจะต้องสามารถป้องกันรังสี UV เพื่อลดปริมาณความร้อนสะสมให้ได้มากที่สุด นอกจากนั้น จะต้องสามารถรักษาทัศนวิสัยการขับขี่ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน (การสะท้อนแสงต่ำ) พูดง่ายๆ ก็คือ ตัวฟิล์มต้องไม่เข้ม-ไม่มืด จนกระทั่งทำให้ขับรถตอนกลางคืนลำบากนั่นเองครับ ซึ่งเรื่องนี้ ถือเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และสำหรับผู้ที่กำลังจะตัดสินใจซื้อฟิล์มติดรถยนต์ ควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอันดับต้น

1. ฟิล์มกรองแสงแบบปกติ (Dyed Window Tint)
ฟิล์มประเภทนี้ จะเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ‘ฟิล์มกรองแสงแบบย้อมสี’ สามารถกรองแสงจากดวงอาทิตย์ให้มีความเข้มที่น้อยลง และสามารถสะท้อนรังสีได้บางส่วนเท่านั้น จึงทำให้ไม่สามารถลดปริมาณความร้อนสะสมได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้นแล้ว ฟิล์มกรองแสงประเภทนี้ ยังไม่สามารถลดแสงสะท้อนจากภายนอกได้ดีเท่าที่ควร อีกทั้งมีอายุการใช้งานที่สั้นเมื่อเปรียบเทียบกับฟิล์มประเภทอื่นๆ ทำให้ฟิล์มกรองแสงแบบปกติ ไม่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน

2. ฟิล์มลดความร้อนประเภทไอโลหะ (Metalized Window Tint)
ฟิล์มความร้อนประเภทไอโลหะหรือเรียกกันโดยทั่วไปว่า ‘ฟิล์มปรอท’ โดยตัวฟิล์มจะมีการเคลือบผิวด้วยไอโลหะต่างๆ ทำให้มีความมันวาวเมื่อมองจากด้านนอก ฟิล์มประเภทนี้มีคุณสมบัติที่เหนือกว่าฟิล์มกรองแสงแบบปกติ โดยจุดเด่นของฟิล์มประเภทนี้ คือการ ‘สะท้อน’ รังสีความร้อน นอกจากนั้นแล้ว ยังสามารถลดปริมาณความร้อนสะสมภายในห้องโดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมีคุณสมบัติในเรื่องของการลดแสงสะท้อนจากภายนอก ช่วยทำให้สบายตาขณะขับขี่ในตอนกลางวันที่มีแดดจัด แต่ยังมีข้อเสียในเรื่องของการส่งผ่านสัญญาณดิจิตอลที่ไม่ค่อยจะดีนัก ทำให้เกิดปัญหาการรับ-ส่งสัญญาณ GPS และ Easy Pass อยู่บ่อยครั้ง

3. ฟิล์มประเภทคาร์บอน (Carbon Window Tint)
ฟิล์มประเภทคาร์บอน หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ‘นาโนคาร์บอน’ จะเป็นการนำเอาโมเลกุลคาร์บอนมาผสมไว้ในเนื้อฟิล์ม โดยมีวัตถุประสงค์เช่นเดียวกันกับฟิล์มประเภทเคลือบโลหะ (หรือฟิล์มปรอท) นั่นก็คือการสะท้อนและลดความเข้มของรังสีต่างๆ เพื่อป้องกันความร้อนที่จะเข้ามายังห้องโดยสาร เนื่องจากมีฟิล์มประเภทนี้ มีการนำเอาคาร์บอนมาเคลือบที่ชั้นฟิล์ม ทำให้ฟิล์มคาร์บอนจะมีความเข้มที่มากกว่าปกติเมื่อมองจากภายนอก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวในการเดินทาง แต่ถึงแม้ว่าภายนอกจะดูมืด แต่เมื่อมองจากห้องโดยสารนั้น จะยังคงใสแจ๋วและชัดเจน ทำให้มีทัศนวิสัยการขับขี่ที่ดีเยี่ยมทั้งกลางวันและกลางคืน โดยปกติแล้ว ฟิล์มกรองแสงประเภทคาร์บอนจะสามารถป้องกันรังสีอินฟาเรดได้สูงถึง 40% ทำให้สามารถกันความร้อนและลดความร้อนสะสมที่เกิดขึ้นภายในห้องโดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้น ฟิล์มประเภทนี้ยังเป็นมิตรกับคลื่นดิจิตอล ทำให้ไม่มีปัญหาในการใช้สัญญาณ GPS และ Easy Pass เป็นผลให้ฟิล์มประเภทนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน

4. ฟิล์มเซรามิค (Ceramic Window Tint) ฟิล์มกรองแสงเซรามิค หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ‘นาโนเซรามิค’ เป็นการนำเอาอนุภาคขนาดจิ๋วของเซรามิคมาเคลือบเป็นชั้นฟิล์ม เมื่อมองจากภายนอกแล้ว จะมีความสว่างใส ทำให้รถดูสะอาดตา และยังสามารถป้องกันรังสี UV ได้มากถึง 99% อีกทั้งยังช่วยป้องกันรังสีความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฟิล์มนาโนเซรามิคจะไม่รบกวนสัญญาณดิจิตอล นอกจากนั้นแล้ว ฟิล์มนาโนเซรามิคยังมีคุณสมบัติเด่นอีกอย่างนั่นก็ ฟิล์มประเภทนี้ จะไม่ซีดถึงแม้จะติดตั้งมาเป็นเวลานานก็ตาม ด้วยคุณสมบัติที่กล่าวมานี้ ทำให้ฟิล์มนาโนเซรามิคนี้ ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ในขณะเดียวกันก็มีราคาสูงที่สุดในตลาดเช่นเดียวกัน

5. ฟิล์มคาร์บอน-เซรามิค (Carbon-Ceramic Window Tint)
นอกจากนั้นแล้ว ในปัจจุบันนี้ ยังมีฟิล์มประเภทคาร์บอน-เซรามิค ฟิล์มประเภทนี้ เป็นลูกผสมระหว่างฟิล์มคาร์บอนและฟิล์มเซรามิค โดยเป็นการดึงเอาจุดเด่นของฟิล์มทั้งสองประเภทมารวมไว้ด้วยกัน เมื่อมองจากภายนอกตัวฟิล์มจะไม่สว่างเท่ากับฟิล์มนาโน และด้วยความมืดที่เพิ่มเข้ามา จะช่วยลดโอกาสการโจรกรรมทรัพย์สินที่มีค่าภายในรถ นอกจากนั้นแล้ว การเพิ่มส่วนผสมของคาร์บอน ยังช่วยลดการสะท้อนของแสงจากภายนอกขณะที่ขับขี่กลางแดดจ้าอีกด้วย และอย่างที่เราได้เกริ่นไปก่อนหน้านี้ว่า ฟิล์มที่ดีนั้น นอกจากจะมีประสิทธิภาพที่ดีการกรองแสงและลดความร้อนได้สูงแล้ว ยังสามารถเพิ่ม ‘ความคูล’ ทำให้รถของเราดูเด่นสะดุดตา และเป็นการเพิ่มมูลค่าของรถเราอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่มีการตีราคาเพื่อซื้อขาย ซึ่งถือเป็นเรื่องใกล้ตัวเรามากขึ้น เพราะปัจจุบันมีการซื้อขายรถยนต์ออนไลน์กันอย่างแพร่หลาย ทำให้รถยนต์กลายเป็นสินค้าที่ซื้อง่าย-ขายคล่องมากยิ่งขึ้น

ติดฟิล์มรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี ที่นี่มีคำตอบให้ ลดอุณภูมิไม่ให้ภายในรถยนต์ร้อนเกินไป

ติดฟิล์มรถยนต์
ติดฟิล์มรถยนต์

ติดฟิล์มรถยนต์ ก่อนจะ ” ติดฟิล์มรถยนต์ ” หลายๆคนก็คงจะไปถามคนโน้นบ้าง ufabet  ถามคนนี้บ้าง หรือไม่ก็แอบไปดูรถเพื่อนๆ ที่มีฟิล์มติดรถสวยๆ หรือบางคนก็ไปส่องเพจแต่งรถยนต์ ว่าตอนนี้เขามีฟิล์มติดรถยนต์แบบไหนบ้าง  เพราะว่าฟิล์มรถยนต์ไม่ได้ติดไว้เพื่อแต่งรถยนต์ให้สวยงามหรือดูดีเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ได้เรื่องป้องกันแสงเข้ารถยนต์  ในช่วงขับรถเวลากลางวัน ช่วยลดอาการแสบตาจากแสงแดดที่ส่องเข้ามาขณะขับรถ และยังช่วยเรื่องลดอุณภูมิไม่ให้ภายในรถยนต์ร้อนเกินไป

แต่ ฟิล์มติดรถยนต์ ก็มีข้อเสียเช่นกัน ถ้าเลือกไม่เหมาะสม เพราะเวลาขับรถในช่วงกลางคืนมักจะเจอปัญหามองไม่ค่อยเห็น เวลาจะถอยหลังยิ่งลำบากไปใหญ่ เพราะนอกจากแสงข้างนอกไม่พอแล้ว ยังมีความมืดจากฟิมล์ติดรถยนต์อีกต่างหาก   ยิ่งช่วงฝนตกนี่มืดสนิทเลย ดังนั้นการเลือกฟิล์มติดรถยนต์จึงสำคัญ และควรเลือกให้ดี คิดถึงประโยชน์และผลกระทบที่จะได้รับใช่ช่วงขับรถมาเป็นอันดับหนึ่ง

แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะวันนี้เราจะมาแนะนำการเลือกติดฟิล์มรถยนต์ ส่วนจะติดยี่ห้อไหนดี  อย่าพึ่งใจร้อนไป เรามาดูกันก่อนว่าการเลือกฟิล์มติดรถยนต์มีกี่ประเภท แล้วเขามีวิธีเลือกกันยังไง  แล้วค่อยไปเลือกยี่ห้อฟิล์มติดรถยนต์กัน

1 ฟิล์มติดรถยนต์แบบย้อมสี  เป็นฟิล์มช่วยลดแสง และช่วยลอดความร้อนได้ เหมือนกันฟิล์มทั่วไป แต่จะมีลักษณะเป็นสีรุ้ง ต่อพอใช้นานไป มันจะเปลี่ยนเป็นสีม่วง อันนี้บอกก่อนว่าแล้วแต่ใครชอบ ใครที่ชอบแนวสีรุ้งก็จัดได้เลย

2 ฟิล์มติดรถยนต์แบบมาตรฐาน คือฟิล์มที่เราเห็นตามรถยนต์ทั่วไปนั่นเอง ส่วนคุณสมบัติก็ช่วยลดความร้อน และสะท้อนความร้อนได้ดี

ส่วนประกอบ ของความร้อนที่เราได้รับนั้นมีสัดส่วนและแบ่งเป็น 3 ส่วน

ส่วนประกอบ
ส่วนประกอบ

ส่วนประกอบ ของความร้อนที่เราได้รับนั้นมีสัดส่วนและแบ่งเป็น 3 ส่วน ฟิล์มติดรถยนต์เชียงใหม่

  • วามสว่างของแสงมีสัดส่วน 44%
  • รังสีอินฟาเรด (รังสีใต้แดด) มีอยู่ 53%
  • รังสียูวี (รังสีเหนือม่วง,รังสีอุลตร้าไวโอเลต) มีอยู่ 3%

สาเหตุที่ติดฟิล์มกรองแสงกันร้อน แล้วยังร้อน! เหตุผลเป็นเพราะฟิล์มกรองแสงทั่วไป กันความร้อนจากดวงอาทิตย์ได้เพียงรังสี UV และแสงสว่าง (VL) เท่านั้น ซึ่งเป็นเพียง 44% ของความร้อนทั้งหมด ที่เหลือคือความร้อนจากรังสีอินฟราเรด(IR) ที่มีมากถึง 53% ดังนั้น เวลาเลือกฟิล์มกรองแสงที่กันร้อนได้จริง ต้องดูที่ค่ารังสีอินฟราเรด (IR) เป็นหลัก

แสงสว่างและรังสีจากแสงอาทิตย์ ฟิล์มกรองแสง เลือกใช้อย่างรู้จักดี

แสงสว่างและรังสีจากแสงอาทิตย์
แสงสว่างและรังสีจากแสงอาทิตย์

แสงสว่างและรังสีจากแสงอาทิตย์ ในแสงอาทิตย์นั้น ฟิล์มติดรถยนต์ นอกเหนือจากความสว่างที่ช่วยให้มองเห็นได้แล้ว ในแสงอาทิตย์ยังประกอบด้วยรังสีอินฟาเรด และรังสีอุลต้าไวโอเลต ซึ่งอย่างนั้นเราจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีคือ รังสี UV ซึ่งอัตราส่วนระหว่างรังสีอินฟาเรด: รังสีอุลตร้าไวโอเลต: แสงสว่างนั้น อยู่ในอัตรา 53:3:44

ซึ่งความร้อนนั้นเกิดจากรังสีอินฟราเรดและแสงสว่างรวมกัน เพราะฉะนั้น ถ้าฟิล์มกรองแสงระบุว่า สามารถลดพลังงานจากรังสีอินฟาเรดได้สูง ไม่ได้หมายความว่าจะลดความร้อนจากแสงอาทิตย์ ได้สูงไปด้วย  เวลาติดฟิล์มกรองแสงอย่าไปเพลินกับคำเชิญชวนว่า กันรังสีอินฟาเรดได้มาก เพราะว่ากันรังสีได้มากก็จริงแต่ประสิทธิภาพกันความร้อนนั้นไม่ได้มากตามไปด้วย เพราะความร้อนไม่ได้เกิดจากรังสีอินฟาเรด 100% เป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งเท่านั้น เวลาจะติดฟิล์มจึงต้องเจาะจงเลือกลงไปเลยว่า ต้องมีคุณสมบัติทั้งป้องกันความร้อนและป้องกันรังสี จึงจะครบตามที่ต้องการ งานโฆษณาก็คืองาน โฆษณา แต่ไม่สามารถทำอะไรเราได้ หากเรามีความรู้จริงๆอีกอย่างหนึ่ง เมืองร้อนอย่างประเทศเรา แสงแดดจ้าจัด ต้องเลือกฟิล์มที่ไม่สะท้อนแสงมากเกินไป ด้วย

ฟิล์มติดรถยนต์ เรียกความเข้มกันอย่างไรบ้าง ความเข้มฟิล์ม มีอะไร

ฟิล์มติดรถยนต์
ฟิล์มติดรถยนต์

ฟิล์มติดรถยนต์ ความเข้มฟิล์ม สำหรับฟิล์มติดรถยนต์นั้น โดยส่วนใหญ่แล้วฟิล์มติดรถยนต์จะมี 4 , ฟิล์มติดรถยนต์เชียงใหม่ ระดับให้เลือก ไม่ว่าจะเป็น ฟิล์มใส ฟิล์มดำเข้ม 40% 60% และ 80% ซึ่งจริง ๆ แล้วค่าเปอร์เซ็นที่ถูกเรียกนั้น พิจารณามาจากค่าแสงสว่างส่องผ่าน (Visibla Light Tranmission หรือ VLT) ยิ่งถ้าแสงสว่างผ่านได้น้อยสีของฟิล์มจะเข้มมากและสามารคถป้องกันความร้อนได้สูงขึ้นด้วย ความเข้มกับเปอร์เซ็นค่าแสงสว่างส่องผ่าน มีดังนี้

ฟิล์มความเข้ม 80% หมายถึงฟิล์มกรองแสงยอมให้แสงสว่างส่องผ่าน ประมาณ 5%

ฟิล์มกรองแสงความเข้ม 60% หมายถึงฟิล์มที่ยอมให้แสงสว่างส่องผ่าน ประมาณ 20%

ฟิล์มกรองแสงความเข้ม 40% หมายถึงฟิล์มที่มีแสงสว่างส่องผ่าน ประมาณ 50%

ฟิล์มใส หมายถึงฟิล์มยอมให้แสงสว่างส่องผ่าน ประมาณ 70% ขึ้นไป

ทั้งนี้แนะนำให้เลือกความเข้มตามการใช้งานของแต่ละท่าน ถ้าหากท่านใดขับรถออกต่างจังหวัดบ่อยหรือขับกลางคืนก็แนะนำเป็นเปอร์เซ็นความเข้มไม่แสงเข้าได้มากหน่อย อย่างไรก็ตามฟิล์มแต่ละยี่ห้อความเคลียก็ต่างกันครับ แนะนำให้เข้ามาดูตัวอย่างฟิล์มก่อนจะดีกว่าครับ

ความจริงเรื่องความเข้มฟิล์มกรองแสงรถยนต์ ช่วยลดความร้อนภายในห้อง

ความจริงเรื่องความเข้มฟิล์มกรองแสงรถยนต์
ความจริงเรื่องความเข้มฟิล์มกรองแสงรถยนต์

ความจริงเรื่องความเข้มฟิล์มกรองแสงรถยนต์ เคยสงสัยไหมว่าฟิล์มกรองแสงรถยนต์ที่เรียกกันว่าฟิล์มอ่อน ฟิล์มเข้มหรือฟิล์มดำ จริงๆ แล้วฟิล์มเหล่านี้ช่วยลดแสงที่ผ่านเข้าไปสู่ภายในห้องโดยสารได้แค่ไหน และอะไรคือสิ่งที่กำหนดค่านี้ของฟิล์มกรองแสงรถยนต์ ฟิล์มติดรถยนต์ แม้ว่าโดยปกติแล้วเมื่อจะติดฟิล์มกรองแสงรถยนต์เพียงแค่บอกทางร้านไปว่าต้องการฟิล์มอ่อนหรือฟิล์มเข้มจะเป็นวิธีง่ายและสะดวกในการได้ฟิล์มมาช่วยลดความร้อนภายในห้องโดยสารรถยนต์ แต่การรู้เรื่องเกี่ยวกับระดับการกรองแสงของฟิล์มรถยนต์มากขึ้นอาจจะช่วยให้เลือกฟิล์มกรองแสงที่ตรงกับความต้องการได้มากยิ่งขึ้นเมื่อจะติดฟิล์มรถยนต์ครั้งต่อไป

ค่าแสงส่องผ่าน (Visible Light Through – VLT)

สิ่งที่กำหนดความเข้มของ ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญของฟิล์มในการช่วยลดความร้อนภายในห้องโดยสารของรถยนต์เมื่อเดินทางคือ ค่าแสงส่องผ่านหรือ Visible Light Through ซึ่งมีตัวย่อว่า VLT โดยค่านี้เป็นการบอกถึงคุณสมบัติของฟิล์มอย่างชัดเจนว่าสามารถให้แสงผ่านเข้าสู่ภายในรถได้กี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งส่งผลต่อความอ่อนหรือเข้มของฟิล์ม เช่น ฟิล์มกรองแสงที่ให้แสงส่องผ่านได้ 50 เปอร์เซ็นต์จะเป็นฟิล์มที่อ่อนให้แสงผ่านได้มากและทำให้สามารถมองเห็นภายในของรถยนต์ได้สะดวก แต่หากเป็นฟิล์มที่ให้แสงส่องผ่าน 20 เปอร์เซ็นต์จะเป็นฟิล์มที่เข้มให้แสงส่องผ่านได้น้อยและสามารถมองเห็นภายในของรถยนต์ได้ยากจากความเข้มของฟิล์ม โดยแน่นอนว่ายิ่งเปอร์เซ็นต์แสงส่องผ่านของฟิล์มน้อยจะช่วยลดความร้อนจากแสงที่เข้าสู่ภายในห้องโดยสารได้มากขึ้น

ประเทศต่างๆ ที่มีกฎหมายควบคุมความเข้มของฟิล์มกรองแสงรถยนต์ รวมทั้งกฎหมายควบคุมความเข้มของฟิล์มกรองแสงรถยนต์ที่เคยใช้ในประเทศไทยจะใช้ค่าแสงส่องผ่านเป็นตัวกำหนดความเข้มของฟิล์ม อย่างกฎกระทรวงฉบับที่ 23 (พ.ศ.2541) ออกตามความในพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ได้กำหนดว่าห้ามติดฟิล์มที่มีแสงส่องผ่านน้อยกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ หรือในอังกฤษได้มีการกำหนดว่าฟิล์มติดรถสำหรับผู้โดยสารด้านหน้าต้องมีแสงส่องผ่านอย่างน้อยที่สุด 75 เปอร์เซ็นต์ และต้องไม่น้อยกว่า 70 เปอร์เซ็นต์สำหรับกระจกบังลมหน้า

ออกรถใหม่ติดฟิล์มรถยนต์ยี่ห้อไหนดี? 5 ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ คุณภาพดี นิยมสุด

ออกรถใหม่ติดฟิล์มรถยนต์ยี่ห้อไหนดี
ออกรถใหม่ติดฟิล์มรถยนต์ยี่ห้อไหนดี

ออกรถใหม่ติดฟิล์มรถยนต์ยี่ห้อไหนดี เพิ่งออกรถมาใหม่ อยากติดฟิล์มกรองแสง แต่ไม่รู้จะตัดสินใจติด ฟิล์มรถยนต์ยี่ห้อไหนดี จึงจะเหมาะสมกับการใช้งาน สำหรับความสำคัญของการ ติดฟิล์มรถยนต์ นั้นมีเยอะมากครับ โดยทั่วไปเราจะติดฟิล์มบริเวณที่เป็นด้านหน้า และรอบตัวรถ เพื่อกรองแสงที่ส่องเข้ามาภายในรถ ช่วยป้องกันความร้อนจากแดดในตอนกลางวัน ส่งผลให้การทำงานของแอร์ในห้องผู้โดยสารทำความเย็นได้มากกว่ารถยนต์ที่ไม่ได้ติดฟิล์มกรองแสง ช่วยป้องกันยูวีจากแสงแดดที่มีโอกาสทำร้ายผิวและดวงตาของเราได้ ที่สำคัญที่สุดคือ ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ จะช่วยถนอมสภาพภายในห้องโดยสาร ให้มีอายุการใช้งานที่ยืดออกไปได้นานกว่ารถยนต์ที่ไม่ได้ติดฟิล์ม เพราะไม่เพียงแต่ผิว หรือสายตาของเราเท่านั้น ที่จะถูกทำร้ายโดยแสงแดดแต่อุปกรณ์ และวัสดุต่างๆ ภายในห้องโดยสารก็จะเสื่อมสภาพเร็วมากขึ้นอย่างแน่นอน

เลือกฟิล์มกรองแสงรถยนต์ ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง

ก่อนอื่น ต้องบอกว่าไม่ใช่แค่เลือกรถให้มีสีที่ถูกโฉลก กับเราเท่านั้นนะครับ การเลือกยี่ห้อ และ ประเภทของฟิล์มที่เหมาะสมกับการใช้งาน ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งด้านความปลอดภัยในการขับรถเช่นกัน ก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะติดฟิล์มรถยนต์ยี่ห้อไหนดี เราต้องทำความเข้าใจกับพฤติกรรมการใช้รถยนต์ของเราก่อนเสียก่อน โดยให้พิจารณาจาก 3 ข้อต่อไปนี้

1. ช่วงเวลาที่ใช้รถยนต์ เพราะการติดฟิล์มกรองแสงจะส่งผลถึงความสามารถในการมองเห็น ดังนั้น หากคุณติดฟิล์มที่ทึบ หรือ หนาจนเกินไป แต่มีความจำเป็นจะต้องใช้รถยนต์ในช่วงกลางคืนบ่อย ๆ อาจทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยขณะขับขี่ได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเรื่องสายตา สั้น – ยาว ฟิล์มติดรถยนต์

2. คำนึงถึงความเป็นส่วนตัว อย่างคุณผู้หญิงอาจจะต้องให้ความสำคัญกับข้อนี้เป็นพิเศษ การใช้ฟิล์มที่ค่อนข้างทึบ จะทำให้คนภายนอกคาดเดาได้ยากว่าคนขับเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ทำให้ลดความเสี่ยงเหล่ามิจฉาชีพได้ครับ

3. ระยะเวลาที่อยู่ในรถยนต์ โดยหากคุณเป็นคนที่ใช้เวลาอยู่ในรถค่อนข้างยาวนาน ต้องเจอรถติด และ ไอความร้อนจากท้องถนนอยู่ตลอด ควรเลือกใช้ ฟิล์มกระจกรถยนต์ ที่มีความสม่ำเสมอในการสะท้อนความร้อน และ มีความทนทานค่อนข้างสูงในเรื่องของอายุการใช้งานเป็นหลักครับ

ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้รถยนต์แล้ว ให้นำข้อมูลเหล่านี้ แต่ละบริษัทที่ผลิตฟิล์มกรองแสงจะมีจุดเด่น จุดด้อย ไม่เหมือนกัน ทั้งในด้านวัสดุ เนื้อฟิล์ม อายุการใช้งาน และ ราคา ทางที่ดีควร ช้อปอย่างชาญฉลาด ด้วยการเปรียบเทียบจากหลาย ๆ ยี่ห้อที่มีราคาใกล้เคียงกัน จะดีที่สุด ในส่วนของคำถามที่ว่าติด ฟิล์มกระจกรถยนต์ ควรติดให้มีแสงลอดผ่านกี่เปอร์เซ็นต์? จึงจะดี เราแนะนำให้คุณขอดูตัวอย่างฟิล์มจากศูนย์บริการรับติดตั้งฟิล์มโดยตรง เพราะแต่ละยี่ห้อมีการคำนวณความหนาบางของเนื้อฟิล์มไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับ รุ่น และ เทคโนโลยีในการผลิต ดังนั้นการได้เห็นฟิล์มของจริงด้วยตาตัวเอง และ ขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ โดยคำนึงถึงพฤติกรรมการใช้รถยนต์เป็นหลัก