ก้อย-กล้วย ความรักกับสามีและเปิดใจข่าวบอย ปกรณ์ จีบลูกสาว?

ก้อย-กล้วย
ก้อย-กล้วย

ก้อย-กล้วย ความรักกับสามีและเปิดใจข่าวบอย ปกรณ์ จีบลูกสาว? ฝาแฝดคู่แรกของวงการบันเทิงไทย ฉายาแฝดนรก อย่าง กล้วย ปรารถนา และ ก้อย ปาริฉัตร ที่วันนี้จะมาเผยความรู้สึกลูกชายติดโควิด-19 และเปิดความรักสุดทรหดของ ก้อย กับเปี๊ยก สมมาตร สามี และกล้วย กับรอน บรรจงสร้าง พร้อมเคลียร์ชัดพระเอก บอย ปกรณ์ ตามจีบลูกสาวจริงไหม ผ่านทาง รายการคุยแซ่บ Show ทางช่อง วัน31 ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์ และ บูม สุภาพร เป็นพิธีกรดำเนินรายการ ที่มา

เห็นว่าตลอดโควิดมาพี่กล้วย พี่ก้อย ไม่ออกจากบ้านเลย?

ก้อย : “ไม่ออก ตอนที่มายังถามกล้วยว่ามาได้ยังไงวะเนี่ย”

กล้วย : “คือตอนรับงานถามว่าพี่ก้อยเขารับแล้วเหรอ แต่มันยอมกันไม่ได้เป็นแฝดต้องแข่งกัน พี่ก้อยเขารับ เราก็ต้องรับด้วย”

พี่ก้อยเฉียดในเรื่องของโควิดมาก?

ก้อย : “ใช่ กลุ่มเสี่ยงอันดับต้นๆ”

ย้อนกลับไปนิดนึงคือทางครอบครัวของแม่ก้อยต้องกักตัวหมดเลย?

ก้อย : “ใช่ๆ ปกติลูกชายชื่อปลั๊กเขาก็อยู่ของเขานะ ไม่ค่อยได้เจอกัน เจอกันช่วงกินข้าวเย็น แล้ววันนั้นเป็นเดือนวันเกิดของพ่อกับลูกสาว ก็เลยนัดกินข้าวกัน แล้วมารู้ทีหลังว่าปลั๊กเขาไปติดมาแล้ว ปลั๊กมาบอกว่าเขาออกไปตรวจโควิดนะ เราก็นอนอยู่ทำไมต้องไปตรวจ เขาบอกเพื่อนติด”

แต่โมเมนต์ตอนที่รู้ว่าลูกติดโควิด ตอนนั้นใจสลายเลยไหม?

ก้อย : “ตอนนั้นมันยังดูไม่น่ากลัว เดี๋ยวมันก็หาย แต่พอช่วงลูกชายเข้าไปก็จะมาเป็นช่วงน้าค่อม เห้ย…แบบทำไมมันมีแบบสูญเสียได้”

แม่ใจสลายเลยไหม?

ก้อย : “อย่าพูดเดี๋ยวฉันร้องไห้ วันที่เขากลับมานี่พูดไม่รู้เรื่อง ร้องไห้”

พี่กล้วย พี่ก้อย เข้าวงการมาทั้งหมด 39 ปีใครเข้าวงการก่อน?

กล้วย : “พี่ก้อย”

ก้อย : “สมัยนั้นเป็นโมเดลลิ่งมาติดต่อ คือฉันยืนอยู่ป้ายรถเมลแล้วเขามาเห็น พอเข้าสู่โมเดลลิ่งก็ไปถ่ายโฆษณา พอถ่ายโฆษณาก็มาแคสละคร ชีวิตก็เหมือนตอนนี้ที่เขาเป็นกัน”

พี่ก้อยลากพี่กล้วยมาด้วยไหม?

ก้อย : “คือไม่ได้ลาก แต่ไปไหนต้องไปด้วยกัน พอไปสักระยะนึงเขาเห็นกล้วยละ เห็นว่ามีแฝด แต่กล้วยเห็นกองถ่าย เห็นเงิน มันก็เลยมา”

กล้วย : “ต้องเล่าก่อน คนสมัยก่อนเราจะไม่ค่อยฝันเข้าวงการ อาชีพนี้ ณ สมัยก่อนมันไม่ได้ดูดีเท่าไหร่หรอก เต้นกิน รำกิน เราจะได้ยินคำนี้”

เป็นนักแสดงคู่แฝดคู่แรก?

ก้อย : “น่าจะสมัยนั้น”

เล่นด้วยกันทั้งหมดกี่เรื่อง?

กล้วย : “พี่จำไม่ได้”

ก้อย : “เกิน 10”

แล้วอะไรที่ทำให้เราแยกกันเล่นคนละเรื่อง?

กล้วย : “ผู้จัดมากกว่า สมัยก่อนนักแสดงไม่ได้เยอะมาก ถึงเวลาผู้จัดจะเลือกเรามากกว่า”

พอแยกกันปุ๊บทำไมพี่ก้อยไม่ได้เป็นนางเอก ไปเป็นนางร้าย?

ก้อย : “ตอนหลังเขาไม่ให้เป็นนางเอก น้องเขาบอกว่าพี่ตาดุ นางเอกสมันก่อนมันไม่เหมือนสมัยนี้นะ ต้องเรียบร้อย เราไม่ได้ เรารู้สึกสนุกกับการเล่นอะไรไปเยอะๆ”

พี่ไก่ วรายุฑ เห็นแววพี่กล้วย พี่ก้อย ตั้งแต่แรก เลยตั้งฉายาคู่แฝดนรก?

กล้วย : “พี่ว่าสมัยก่อนไม่มีคนเสียงดังโวยวาย แล้วเปรี้ยวอะไรอย่างนี้”

ก้อย : “สมัยก่อนพวกเราเป็นนักแสดง เราก็มีงานโชว์ตัว ใครที่ร้องเพลงก็ร้องไป แต่ถ้าใครอยากสนุก กล้วย ก้อย ขึ้น”

สมัยก่อนตอนเที่ยงเมาหัวราน้ำเลย?

ก้อย : “ไม่ขนาดนั้นหรอก คือพี่มีเพื่อนกลุ่มใหญ่ไปไหน ไปด้วยกัน มีเพื่อนคอยดูแล จะเมาขนาดไหน เพื่อนต้องมาดูแลฉันด้วย”

เวลากลับบ้านสมัยก่อนกี่โมง?

กล้วย : “พี่บางทีกลับเช้า แม่พี่เป็นครู พี่สวนเข้าบ้านกับแม่ แม่ก็จะมีจดหมายวางไว้หน้าโต๊ะหัดเก็บเงิน เก็บทองบ้าง มัวแต่เที่ยว คือเรามีเพื่อน มีคนดูแล”

สองคนนี้ใครไม่ยอมกลับบ้าน นั่งร้องไห้ริมถนน?

กล้วย : “ตอนนั้นพี่มีแฟนแล้ว พี่รอนนี่แหละ เขาเป็นคนไม่เที่ยว พี่ต้องอยู่งานจนงานเลิก แต่เพื่อนไม่กลับ พี่รอนยืนอยู่หน้าประตูแล้ว หันไปเห็นเขาจะกลับบ้านแล้ว หงุดหงิด เอานะผู้ชายก็มีมึนๆ พอขับรถออกไปลงข้างทางเลย ร้องไห้ทำไมต้องรีบกลับด้วย ดูสิเพื่อนยังไม่ได้กลับ บ้าหรือเปล่า ตอนหลังต้องฝึกสังคม ทีนี้ติด”

เรื่องเมาเข้าใจ แล้วเรื่องที่พาแก๊งเพื่อนไปเกาหลี แล้วไปกวนครีมขายมันยังไง?

กล้วย : “พี่ไก่เนี่ย พี่ไปประเทศไหนก็แล้วแต่”

ก้อย : “เราต้องสร้างภารกิจ ไม่ใช่ไปเที่ยวเดินดู ที่นี้พอไปเกาหลีมันเป็นเมืองครีม เมืองเครื่องสำอาง เราทำครีมไปขายคนในทัวร์ พวกเรานี่แหละ พี่ไก่ทำเหมือนเลย มีกระปุกภาษาเกาหลี”

กล้วย : “แล้วให้ไกด์เป็นคนขาย เพื่อนไม่รู้ แต่ทุกวันนี้เพื่อนรู้แล้ว”

ก้อย : “พี่ไก่เขากวนแป้งเปียก มีกลิ่นนิดหน่อย ทาหน้ากันมันก็เหนียว พอแห้งมันก็ตึง”

ถ้าเพื่อนกลุ่มนั้นดูอยู่อยากบอกอะไรเขา?

กล้วย : “พี่ไก่เป็นคนทำ เขาสั่งให้ซื้อกระปุก ซื้อครีม”

สมัยก่อนเปิดตัวแฟนกระแสดรอป แต่พี่ก้อยเข้ามาปีเดียวแต่งงานเลย?

ก้อย : “ก็เป็นคนเปิดเผย สมัยก่อนไม่ค่อยมีข่าวดารา”

กล้วย : “คนสมัยก่อนคนอายุขนาดพี่ก้อย เขาก็แต่งงานกันแล้วนะ”

ก้อย : “เมื่อก่อนเขาแต่งกันเร็วนะ พอเขารู้ว่าเป็นแฟนกัน มันก็เริ่มมีกระแสแล้ว เดี๋ยวก็ไม่รอด เดี๋ยวก็อยู่ เราก็ไม่รู้จะทำยังไง เราก็ตัดปัญหา แต่งมันเลย”

อายุห่างกัน 9 ปี ปรับจูนกันเยอะไหม?

ก้อย : “ผู้ชายที่อายุขนาดนี้เที่ยวค็อกเทลเลาจ์ เรายังเที่ยวพาเลซอยู่เลย เที่ยวก็เที่ยวคนละอย่าง การใช้ชีวิตก็คนละอย่าง เขาอยากไปไหนในที่ที่เราไม่อยากไป ยังไม่ถึงวัยเราก็เยอะ กว่าจะจูนได้ก็มีท่องยุโรปนิดหน่อย มีหายไปนิดหน่อย”

มีช่วงเว้นระยะห่าง?

ก้อย : “มีเว้นระยะห่าง เสร็จเรียบร้อยตอนหลังพี่ใช้วิธีแก้เผ็ด จะไปเที่ยวเลาจ์ใช่ไหม พี่ไปส่งหน้าเลาจ์”

แล้วพี่รู้ได้ไงว่าคบกันจะเอาเขาอยู่?

ก้อย : “ความเป็นเด็ก แล้วฉันก็มั่นใจเพราะฉันเด็กไง แต่ก็ไม่อยู่ พอแต่งงานเสร็จปุ๊บนึกว่าจะเลิกแรด แต่ก็ไม่เลิกก็ไปท่องยุโรปหายไปเป็นปีเหมือนกัน ตอนนั้นมีลูกแล้วด้วย”

สมัยก่อนพี่เปี๊ยกไปมีคนอื่น ตอนเรามีลูก ปลั๊ก นานไหมเขาถึงมีคนอื่น?

ก้อย : “ผู้ชายนะ ถ้าเพื่อนมาบอกว่ากลัวเมียสิ ไม่กล้าออกมา ไม่ได้หยามกัน พอแต่งงานใหม่ๆ สักเดือนแรก เขาก็ไปเที่ยวแล้ว”

แล้วเขาไปมีตัวมีตนกับคนอื่น แล้วย้ายไปอยู่กับคนนั้นเลย?

ก้อย : “ค่ะ ก็ไปอยู่เกือบปี ช่วงนั้นทุกคนให้ชื่อฉันว่า ฉันเป็นแม่น้ำ ใจกว้างมาก”

จริงๆ พี่ยอมไหม?

ก้อย : “ช่วงที่มีปัญหากันะพี่ถืออย่างนึง พี่จะไม่รับรู้ เพราะการรับรู้คือการยอมรับ ใครจะแรดอะไรก็เรื่องของเขา จะมีใครก็เรื่องของเขา แต่อยู่มาวันนึงเริ่มทนไม่ได้ ก็บอกเขาว่า มันไม่ไหวแล้ว ถ้าสมมติมากกว่านี้เราจะเกลียดกัน จะไม่มองหน้ากันแล้วนะ วันนี้ตัดสินใจเถอะ ที่พูดก็คิดว่าเขาจะเลือกเรานะ แล้วพี่ก็ออกไปทำงาน พอกลับมาบ้าน อ่อไปจ้า เขาไม่เลือกเรา เขาเลือกออกจากบ้านไป”

เคว้งไหม?

ก้อย : “ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เคว้งมาตลอดอยู่แล้ว เป็นช่วงที่ทุกข์ทรมานอยู่ตลอดอยู่แล้ว คือเราพูดเองนิ ถึงแม้ในใจเราจะคิดว่าเขาจะอยู่ แต่เขาไปก็ต้องทำใจแล้วว่าจะจบ แต่ก็ไม่ได้จบนะ”

แล้วเขาไปนานขนาดไหน?

ก้อย : “เหตุการณ์ทั้งหมดคาราคาซัง 3 ปี ออกจากบ้านนี่เกือบปี”

ตอนนั้นลูกชายถามหาพ่อไหม?

ก้อย : “ก็บอกว่าพ่อไปทำงาน อันนี้เป็นสิ่งนึงเราจะไม่ด่าพ่อให้ลูกฟัง”

แล้วสุดท้ายหลัง 3 ปี อะไรทำให้เขากลับมา?

ก้อย : “คงเป็นเพราะลูกด้วย แล้วเขาคงเห็นว่าเราเวลาเขาเดินกลับมา ไม่ได้ว่าเขา ไม่ได้อะไร ก็เลยทำให้เขากลับมากกว่ามั้ง”

จริงไหมที่พี่ก้อยกับพี่เปี๊ยกกลับมาประสานกันได้ เพราะเขาจ้างเล่นละครด้วยกัน?

ก้อย : “พี่ก้อย ทาริกา ก็ให้มาเล่นละครด้วยกัน เหมือนถ้าน้ำมันแรงถ้ามันไม่อยู่ก็ไม่อยู่ แต่ถ้ามันเบาลง ทุกคนก็เริ่มมาช่วยกัน ก็ไปเล่นละครด้วยกัน ทั้งที่เขาอยู่บ้านทางนู่นอยู่”

จริงไหมตั้งแต่เกิดเรื่องจนถึงตอนนี้ยังไม่มีคำขอโทษ?

ก้อย : “อาจจะมีแต่เขาไม่พูดเต็มๆ ปาก คือศักดิ์ศรีเยอะมาก”

เราอยากได้ไหม?

ก้อย : “มาถึงตอนนี้ไม่ต้องขอโทษก็พอแล้ว เพราะว่าเขาทำด้วยการแสดงออก การกระทำเขาเต็มที่ นี่เมาแค่ไหนเขาก็ยังดูแล”

ตอนนั้นผู้ชายเขาง้อหนักขนาดไหน เพื่อให้ภรรยาและลูกกลับมา?

ก้อย : “ไม่ได้ง้อนะ เขาเริ่มมาจีบ แล้วมีพี่ในวงการคนนึงมาสอนพี่ว่าก้อย ตอนนี้ทำตัวให้เป็นเมียน้อย เอาใจเขาทุกอย่าง ไม่ต้องไปเรียกร้องอะไร เราก็ทำ”

กลับมาแล้วมีน้องเกิร์ลเลย?

ก้อย : “ใช่ๆ”

ผู้ชายที่ชื่อรอน เขาน่ารักขนาดไหน?

กล้วย : “พี่รอนเขาไม่ได้เป็นคนเจ้าชู้ พี่เห็นมากมดแล้ว เป็น 10 ปีกว่าจะได้แต่งงาน เขาจีบพี่ 3 ปีนะ สมัยก่อนก็จะมีคนบอกว่าเดี๋ยวก็ไปไม่รอด เพราะพี่เป็นคนพูดมาก แต่พี่รอนเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูด พอเราพูดมากไปงานด้วยกันก็เหมือนเราไปข่มเขา”

แล้วมันเกิดอะไรขึ้นที่พี่ต้องขนเสื้อผ้าออกจากบ้าน?

กล้วย : “พี่ทะเลาะกันเฉยๆ คนเราที่กำลังจูนกัน พอใช้ชีวิตด้วยกัน ฮอร์โมนผู้หญิงแบบไม่ได้ดั่งใจเลย อยากให้ทำอย่างนั้น อย่างนี้”
ก้อย : มันน่าจะคิดไปเองทั้งหมด พี่รอนเขาเป็นคนไม่พูด
กล้วย : ไม่ใช่ คือทะเลาะกันนี่แหละ คือคาดหวังอยากให้เขาทำอะไรสักอย่าง เสร็จแล้วเขาก็ไม่ตอบ เขานิ่ง เขานอนเฉยๆ เลย เราก็โกรธมาก ไม่อยู่แล้ว ขนของ ขับรถไป จะไปให้ไกลที่สุดจะไม่เจอหน้ากัน ออกจากบ้าน เห้ย มืดหวะ น่ากลัวผู้หญิงคนเดียว ขับออกไป ขับกลับมาเขายังนอนท่าเดิมอยู่เลย ถามว่ารู้ไหมว่าเมียไปข้างนอกมา ทุกวันนี้ยังไม่ได้ถามเลย

กี่ครั้งที่ทะเลาะกันแล้วพี่ต้องขนของออกจากบ้าน?

กล้วย : “ครั้งเดียวก็พอ เพราะเขาไม่รู้”

พี่กล้วยเป็นผู้จัดละคร พี่รอนเป็นผู้กำกับ อันนี้บังคับไหม?

กล้วย : “ไม่ได้บังคับ เพียงแต่ว่าสานฝันกัน เราทำงานเบื้องหลังอยู่พักนึง ก็มาทำกับช่องวันนี่แหละ แล้วถึงวัยนึงที่เขาจะเป็นผู้กำกับ”

ผู้จัดกับผู้กำกับทะเลาะกันบ่อยไหม?

กล้วย : “ใหม่ๆ ทะเลาะกันมาก ทำงานเสร็จเข้าห้องต่างคนต่างนอน แยกห้อง ดิฉันร้องไห้ทั้งคืน สุดท้าย ณ ปัจจุบันนี้ปกติมาก ทำงานแล้วแฮปปี้ เพราะเขาเข้าใจ เพราะตอนนั้นต่างคนต่างเริ่มต้นใหม่ๆ ไม่รู้การทำงานขั้นตอนเป็นยังไง ทุกวันนี้ผู้จัดมีหน้าที่สานฝันผู้กำกับ ผู้จัดก็หาทุกอย่าง จัดการให้ ที่เหลือก็ปล่อยให้เขาทำ ถ้าไม่ได้เดี๋ยววันหลังค่อยกลับมาคุยกัน อย่าคุยกันตรงนั้นมันจะปรี๊ด”

พี่กล้วยไม่สามารถมีลูกได้?

กล้วย : “เพราะมันเป็นที่พี่ด้วย ตอนแรกก็ไม่รู้หรอก คิดว่าการแต่งงานกันมีลูกไม่ใช่เรื่องยากสมัยนั้น จนกระทั่งแต่งไปได้สัก 4-5 ปีพร้อมจะมีลูก มันก็ไม่มาสักที ก็เลยไปหาหมอ ก็รู้ว่ารังไข่ตัน ไม่สามารถมีได้ด้วยธรรมชาติ ต้องเป็นวิทยาศาสตร์เท่านั้น พี่ก็ไปทำทุกอย่างแล้วก็ไม่ได้”

ตอนนั้นหมดไปเยอะไหม?

กล้วย : “พอสมควร ต้องฉีดยาทุกวัน”

ตอนนั้นเครียดไหมที่มีลูกไม่ได้?

กล้วย : “คือความพยายามยังมี หมอบอกตั้งแต่ 50% 30% ทุกครั้งที่ทำมันจะมีความหวัง ครั้งหลังมันเฟลมาก จนไม่ไหว แล้วมันเจ็บตัวด้วย ก็เลยคุยกันว่าเขาคงไม่อยากมาเกิด”

ลูกสาวพี่กับบอย ปกรณ์ เกิดอะไรขึ้น?

ก้อย : “จริงๆ เป็นเพราะว่าคนไปเห็นว่าเขาไปดูคอนเสิร์ตด้วยกัน ครอบครัวเราสนิทกันอยู่แล้ว บอยอายุเท่ากับปลั๊ก วันนั้นเขาไปดูคอนเสิร์ตเกาหลี ซึ่งคอนเสิร์ตเกาหลีเราก็รู้ว่าบัตรมันแพง แล้วเขาเป็นติ่งด้วยกันทั้งคู่ก็เลยชวนกันไป”

พี่ไม่ว่าไปกันสองคน?

ก้อย : “ตอนนั้นมันดูคอนเสิร์ตมาเยอะ เราเข้าใจ เพราะเราเป็นติ่งเกาหลีเหมือนกัน”

คิดไหมว่าบอยจะจีบลูกเราไหม?

ก้อย : “จริงๆ บอยเป็นคนดี มีน้ำใจ แล้วเขาจะน่ารักกับทุกๆ คน ไม่ใช่เป็นเกิร์ลหรอก เขาน่ารักกับหลายๆ คน เพียงแต่ว่าเขาอาจจะหาติ่งเกาหลีแบบนี้ไม่ได้แล้วแล้วบ้านนี้เป็นบ้านติ่งเกาหลีอะไรอย่างนี้”

ถ้าสมมติเขารู้สึกว่าเกิร์ลน่ารัก ถ้าเขามาปรึกษาพี่ พี่ให้จีบไหม?

กล้วย : “พี่เชื่อว่าบอยต้องมั่นใจก่อนว่าจะไม่ทำให้เกิร์ลผิดหวัง เพราะบอยรู้จักทั้งพี่ พี่ก้อย พี่เปี๊ยกหมดเลย”

นี่ขนาดยังไม่ได้จีบ แฟนคลับก็ไปเฉ่งน้องเกิร์ลในอินสตาแกรมแล้วเหรอ?

กล้วย : “ใช่”

ก้อย : “ก็มีบ้าง เป็นธรรมชาติ อย่างเราก็ยังเคยโดน แฟนคลับเขาก็รักเขา แต่ก็ขอบคุณบอย เวลามีอะไรอย่างนี้เขาจะบอกมาทางเกิร์ลว่า เกิร์ลระวังตัวนะ เดี๋ยวมันจะมีแบบนี้ ให้บล็อกไปเลย ไม่ต้องไปคิดใาก ด้วยความหวังดีของบอยก็มีมาตลอด”

เคลียร์ตรงนี้เลย บอยกับเกิร์ล เป็น?

ก้อย : “เป็นพี่น้องกัน”

ได้ข่าวว่าคุณพ่อหวงลูกสาวมาก?

ก้อย : “หวงมาก จนทุกวันนี้เกิร์ลไม่ได้มีแฟน”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *